FanFiction

[Resident Evil's Fic] Just a dream

posted on 17 Oct 2009 23:10 by bear-killer  in FanFiction

เผอิญ fanfic เรื่องนี้เซเขียนไว้ที่บอร์ดไทยไบโอที่เซเป็นม๊อตอยู่น่ะค่ะ

เพิ่งเขียนเสร็จวันนี้เอง...(ไว้เอาใจพวกสาวกสตีฟ x แคลร์กับ คริส x จิลโดยเฉพาะ!!!) 

เริ่มเลยนะคะ!

 (หลายคนคงงง? ปรกติไอ้หมีนี่จะมีแต่อาหารนี่นา?)

---------------------------------------------------- -----------------------------------------

จากใจนักเขียน...
คงบอกได้เลยว่าฟิคนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีน้องพัด...พอดีน้องพัดรีเควสคู่สตีฟ x แคลร์มาน่ะค่ะ

ตอนแรกก็คิดว่า...จะไปไม่รอดเสียแล้วเนื่องด้วยประการแรกเลย...

เซไม่ได้เล่นภาค CV ถึงแม้ว่าจะตามเนื้อเรื่องตาม youtube ได้ก็ตามก็อาจเขียนได้ไม่ลึกซึ้งพอ ส่วนประการสองนั้นคือเซไม่เคยเขียนคู่นี้มาก่อนซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษด้วยกระมังคะ...?!

แต่อย่างไรก็ตามก็เขียนออกมาแล้ว...ทั้ง ๆที่ตัวเซเองขาดการเขียน fic แนวรักโรแมนติกมานานพอสมควรทีเดียว แถมเรื่องนี้เกิดจากการเขียนสดอีกต่างหาก...

อย่างไรก็ตาม...ก็หวังไว้ว่าเรื่องนี้คงจะทำให้หลาย ๆคนรู้สึกมีส่วนร่วมไปด้วย ไม่มากก็น้อยนะคะ

ฺBear killer

E N J O Y ! ! !



Resident Evil
Story: Just a dream
Paring: Steve x Clair, Chris x Jill
Author: Bear killer

สายลมหนาวแสนอบอุ่นยามผิวของหล่อนต้องผิวกาย…ริมฝีปากบางเอ่ยชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำ เล่า สิ่งสุดท้ายที่หล่อนมีไว้สำหรับเขา…น้ำตาแห่งการสูญเสีย

“ค…แคลร์” เสียงทุ้มกล่าวอย่างยากเย็นตามกำลัง เสียงที่เอื้อนเอ่ยออกไปช่างน่ารังเกียจจนฟังไม่ได้ศัพท์เหมือนไม่ใช่ภาษามนุษย์

ได้โปรด….อย่ามองฉันซึ่งอัปลักษณ์
ได้โปรด….อย่าเรียกชื่อฉันซึ่งตายทั้งเป็นไปแล้ว
ได้โปรด……อย่ากอดฉันและเสียน้ำตาให้กับฉัน…
ได้โปรด…………

“สตี ฟ!!!! สตีฟฟฟฟฟฟ” หล่อนแผดเสียงเรียกเขาเต็มกำลังและกอดร่างของปีศาจที่กำลังจะตาย….เขารู้ว่า เขาเป็นปีศาจ…ได้โปรด…อย่าทำอะไรเพื่อเขาอีกเลย…แคลร์ที่รัก…

---------------------------- ---------------------------------

พั่บ พั่บ พั่บ….

สาย ลมอุ่นพัดต้านใบหน้าของเขาทำให้กลุ่มผมสีน้ำตาลไหม้ปรกหน้าปลิวไปตามแรงลมจน เผยดวงตาสีดำแดงซึ่งมองไปข้างหน้าจนสุดลูกหูลูกตาเห็นน้ำทะเลสีส้มตัดกับแสง ตะวันที่กำลังลาลับขอบฟ้าไป

คิดถึงเหลือเกิน…บรรยากาศแบบนี้ เมื่อหลายปีก่อน…

เด็กหนุ่มหลับตาลงพลางนั่งลงบนพื้น ที่นี่…คือสถานที่ที่เขาได้พบเธอเป็นครั้งสุดท้ายและทิ้งความเป็นมนุษย์ไปโดยไม่เต็มใจ

ที่ จริงเขาควรจะตายไปแล้วด้วยซ้ำหากไม่ใช่เพราะอัลเบิร์ท เวสเกอร์นำร่างของเขามารักษาในสภาวะของการจำศีล เวสเกอร์ทำได้แนบเนียนทีเดียว…ขนาดทำให้เขากลับมามีรูปร่างเกือบเหมือนสตีฟ เบินไซด์คนเดิม แต่ทว่า…ปีศาจก็ยังคงเป็นปีศาจอยู่วันยังค่ำมิอาจแปรเปลี่ยน

ริม ฝีปากล่างก็เม้มแน่น ชีวิตของเขาที่ไม่ใช่ของเขา…เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมเวสเกอร์ถึงปล่อยให้ตัว ทดลองอันสำคัญยิ่งอย่างเขาออกมาเดินเพ่นพ่านได้

เพียงแค่คิด…ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยแผลเป็นสีเขียวช้ำก็วางอยู่บนพื้นและออกแรงกดลงไปโดยไม่รู้ตัวจนผิวดินยุบแตกลงไปเป็นหลุม

ถ้าหากว่า…นี่เป็นโอกาสสักครั้งที่นำเขาให้กลับไปเจอเธอได้ล่ะก็…เขาควรจะใช้มันให้คุ้มค่าดีไหมนะ…?

----------- -------------- ------------------- -----------------------

“คริ ส…” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยพร้อมสวมกอดวงแขนรอบต้นคอชายหนุ่มร่างสูงซึ่งกำลังอ่าน หนังสืออยู่ในขณะนี้ภายใต้แสงเทียนเพื่อที่จะไม่รบกวนหล่อนมากนัก

“จิล…?” คริสหลับตาพริ้มเอนคอพิงวงแขนของหล่อนพลางจับแขนสีขาวนวลด้วยความระวังไม่ให้ช้ำ “ถึงเวลานอนแล้วเหรอที่รัก?”

“ก็ส่วนหนึ่งนะ…”หญิงสาวตอบ “ฉันว่าแคลร์ดูซึม ๆไปนะ รู้สึกเป็นห่วงยังไงไม่รู้สิ พอถามอะไรก็ไม่ค่อยจะตอบเลยล่ะ”

คริ สพ่นลมหายใจยาวเหลือบมองภรรยาของตนก่อนที่จะวางหนังสือเล่มโปรดลง ลุกขึ้นพลางช้อนตัวหล่อนไปวางไว้ที่ฟูกนุ่มพลันลูบศีรษะของหล่อนอย่างทนุ ถนอมและทำสายตาอ้อนวอนขอความรักมองลึกเข้าไปในแววตาของหล่อน “’ไว้พรุ่งนี้ผมคุยกับเธอเองนะที่รัก…ดึกป่านนี้แคลร์เองก็ต้องเวลาส่วนตัว เหมือนกัน”

“จ๊ะ…” มือเรียวเล็กลูบแก้มเขาเบา ๆเป็นเชิงปลอบใจก่อนที่จะทิ้งท่อนแขนลงบนเดรสสีขาวบริสุทธิ์ ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆพลางมอบจุมพิตแสนหอมหวานให้แก่หล่อนก่อนที่จะล้มตัวลงนอนข้าง ๆและสวมกอด

“ราตรีสวัสดิ์…”

“เช่นกันคริส…” แม้กระนั้น…ในวงแขนแสนอบอุ่นนี่ก็ยังไม่อาจลบล้างความกังวลไปได้อยู่ดี…เปลือกตาบางปิดลงช้า ๆและหลับไปในที่สุด

------ ---------- ----------------- -----------------

แอ๊ด….

มี เพียงบานหน้าต่างที่เปิดออกอย่างค่อย ๆเผยร่างของชายร่างไม่สูงนัก เขาค่อย ๆเคลื่อนตัวเข้ามาที่เตียงมองเห็นกลุ่มเส้นผมสีน้ำตาลไหม้ซึ่งคลี่ไปมาไม่ เป็นระเบียบอยู่บนปลอกหมอน

เพียงในความมืดอันมีแต่แสงจันทร์ส่องลงมา นั้นส่องให้เห็นแค่ใบหน้าของเขาเพียงเลือนลาง ดวงตาสีน้ำตาลดำจับจ้องที่กลุ่มผมของเธอก่อนที่จะยื่นมือลงไปหมายจะสัมผัส

“….” มือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นสีเขียวช้ำหยุดชะงักและกำแน่น รอยแผลเป็นนั่นเป็นสิ่งเตือนใจว่าไม่อาจแตะต้องเธอได้อีก

สิ่งที่รักที่สุดที่อยู่ตรงหน้า…กลับทำให้ทุกข์ทรมานจวนเจียนตาย

“อือ…” เสียงใสคราง เจ้าของร่างช้อนตัวลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ ดูเหมือนว่าเหน้าต่างที่เปิดไว้ทำให้ลมพัดจนเธอรู้สึกหนาว

“…” เขาไม่ต้องการให้เธอเห็น…สตีฟค่อย ๆผ่อนลมหายใจพลางเคลื่อนตัวไปตรงมุมมืดข้างหลังตู้อย่างช้า ๆ

ตึก…ตึก….กึก!!

“ใคร น่ะ!!” พลาดท่าเสียแล้ว! ในห้องมืด ๆเขาไม่อาจเห็นได้เลยว่ามีอะไรตั้งอยู่บนพื้นบ้าง แคลร์เองก็ไม่รอช้า เธอรีบกระโดดออกจากเตียงไปเปิดไฟพร้อมปืนพกที่ซ้อนไว้ใต้หมอน

“อ..อย่ามองนะ…” ปีศาจร้ายยกแขนขึ้นมากันหน้าไม่ให้เธอเห็น

ขอร้องล่ะ…ขอร้อง…อย่ามองฉันเลย!!!!

“ตอบมานะ!!!” หญิงสาวตั้งท่าจะยิงเขา “ใครส่งนายมา?”

“ขอร้องล่ะ…แคลร์…”

“!!!” กระบอกปืนร่วงลงสู่พื้น เธอจำเสียงนี้ได้ ม่านตาสีเทาอ่อนขยายใหญ่ มุมปากที่ดูเอาเรื่องอยู่เมื่อสักครู่กลับเปลี่ยนรูปเป็นรอยยิ้ม น้ำตาไหลอาบแก้มพร้อมเสียงสะอึกสะอื้น ทำสีหน้าเหมือนไม่เชื่อ

“สตี ฟ!” เธอโผกอดร่างของเขาแน่นราวกับว่าจะไม่ให้เขาหายไปไหนอีกแล้ว สตีฟกล่าวอะไรไม่ออก เขารู้สึกถึงอารมณ์ของอีกฝ่ายที่ระเบิดออกมา มัน…มากจนที่เขาไม่อาจจะรับไหว ร่างของเขาสั่นไปหมดแทบจะไม่มีแรงยืนอยู่แล้ว

อ้อมกอดของเธอ ซึ่งไม่ต่างจากในวันนั้น…

ไม่มีแม้แต่คำพูด…วงแขนแกร่งสวมกอดเธอแน่นตามความปราถนา เขาไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไป

“แคลร์ ….แคลร์….” เปลือกตาถูกบีบลง หัวใจเต้นแรง ทุกอย่างเป็นไปตามการโหยหา…เธอไม่กลัวเขาอย่างนั้นหรือ…เธอไม่กลัวเขาที่ อัปลักษณ์อย่างนั้นหรือ…?!

“สตีฟ…ขอร้องล่ะ ช่วยบอกฉันทีว่าฉันไม่ได้ฝันไป…” อ้อมกอดของเธอกระชับขึ้นไปทุกที ๆ

“ฝัน…” เสียงใสทวนคำพูดของเธอด้วยโทนเสียงสุขปนเศร้า…ความกล้าที่มีนั้นหายไปจนหมด สิ้น…เขาไม่อาจยืนยันกับเธอว่าเธออยู่ในโลกของความจริงหรือไม่

นี่คงเป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจแล้ว…

“แคลร์ ฉันขอกอดแบบนี้…อีกหน่อยได้ไหม…” สตีฟก้มหน้าฝังจมูกไปที่กลุ่มผมสีน้ำตาลไหม้ของอีกฝ่าย ช้อนตัวเธอขึ้นไปนั่งที่เตียงและกอดแน่น แคลร์ไม่รังเกียจเขา เธอกอดเขากลับอีกครา “ฉันก็อยากให้เธออยู่ตรงนี้กับฉันเหมือนกันสตีฟ….ตลอดไปเลยนะ”

เสียงหวานของเธอเงียบลง ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบงันจนกระทั่งเธอหลับไป…

เช้า วันต่อมา…ไม่มีแม้แต่ร่างของเขาที่อยู่ตรงนั้น…ราวกับว่าทั้งหมดเป็นความฝัน ซึ่งเสมือนเกิดขึ้นจริง…เธอตื่นจากนิทราอันแสนหอมหวานและไม่พบเขาอีก... เหลือแต่เพียง…จดหมายฉบับที่วางอยู่บนหัวเตียงเท่านั้น
 

[dissidia's TAG] จุดจบแห่งโลก

posted on 02 Sep 2009 14:49 by bear-killer  in FanFiction

ก่อนอื่นเลยในส่วนของแฮมเบิร์กที่สัญญากับพี่เมริจะลงประมาณเย็นวันนี้หรือพรุ่งนี้นะคะ (ความช้ำใจต่อแฮมเบิร์กก็ขอนำไประบายในเอนทรีหน้าด้วยเช่นกัน

สำหรับเอนทรีนี้ เซก็ขอ "รั่ว" dissidia ตามเดิมค่ะ ตอนนี้จะเกี่ยวกับอะไรนั้นก็มาติดตามกันเลยดีกว่าค่ะ > < ~

ปล. เนื่องจากไม่ได้เล่นครบทุกภาค และไม่ได้เล่น dissidia (ได้แต่ดู T ^ T) ถ้าข้อมูลพลาดก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ เริ่ม "แหล" สดกันเลย!!

 

สำหรับเพื่อน ๆที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่แล้วค่ะ ---> http://bear-killer.exteen.com/20090829/ff-dissidia

------------------------------------------------------------------------------------

เซ : และแล้ว....หลังจากที่เทร่าและทุกคนได้(สนุกสนานเฮฮา?!) ทำลาย stage พังทลายสิ้นซากไม่มีเหลือเป็นชิ้นดี(ยืนไว้ทุกข์ให้กับคุณเวทีที่พังไป 10 วินาที) ก็ทำให้เราต้องบูรณะซ่อมแซมเวทีใหม่และเลื่อนวันสัมภาษณ์ฝ่ายร้ายใน final dissidia นะคะ

(บรรยากาศทมึน.....จิตสังหารเปี่ยมล้นทำให้คนที่อยู่รอบ ๆอยู่ในความสงบได้โดยดุษฎี...)

เซ
: และเนื่องจากว่าการที่ถามถึงคนที่ชอบมันอาจจะน่าเบื่อเกินไปสำหรับทุกคนและเป็นการที่ทำให้เกิดการวิวาทกันเซเลยขอเปลี่ยนหัวข้อใหม่ค่ะ

เซฟิรอธ : (ทำหน้าร้องอ้าว?! อุตส่าห์จะมาสานต่อจากคราวที่แล้วกับค้าวเสียหน่อย หล่อนนะหล่อน ทำไมหมีถึงทำกับข้าได้ จำไว้ ข้าจะเอาเจโนว่ามาถล่มบ้านหล่อนให้ดู~~~!!)(คลาว์จับด้ามอีโต้จากที่นั่งคนดูพร้อมขว้างใส่หน้าผากเซฟิรฮธได้ทุกเมื่อ "อย่า มา ยุ่ง กับ กุ =[]= !!!")

เซ
: อ่า...ถ้าจะส่งมาให้เป็นหมาเฝ้าบ้านก็ขอบคุณค่า จะดูแลอย่าง "ดี" ฮึ ฮึ ฮึ (ทำหน้าหลอน ๆพลางยกมือไหว้ตามมารยาท)

เซฟิรอธ : เฮือก......!!!!

เซ : เอาล่ะค่ะ เอาเป็นว่าหัวข้อในวันนี้จะเปลี่ยนเป็น "ข้อสรุปของโลกที่สิ้นหวังง~!!" ค่าาาาาา

(เวทีเงียบไปเกือบครึ่ง....คงมีแต่พวกสมุนตัวเอก บอส หน้าม้า และสมุนตัวกระจ้อยทั้งสิบภาคตบมือเฮ แน่นอนว่าโดยเฉพาะอีตาฝาแฝดที่ชื่อบิ๊กส์และเวตส์ที่มาเป็นโขยงเลยล่ะ!!!)

เซ : เอาล่ะค่ะ ถึงแม้ตอนนี้แขกรับเชิญจะยังมาไม่ครบทุกภาคแต่ก็ไม่ทุเรศหนักเหมือนพี่แสงกับฟีเรี่ยนที่หนีสัมภาษณ์ด้วยข้ออ้าง "ฟังไม่ขึ้น" ตั้งแต่ต้นรายการหรอกนะคะ (ว่าพลางส่งความอาฆาตคิดถึงไปให้ทั้งสองคนพร้อมพูดเบา ๆที่ไมค์แต่คนอื่นก็ได้ยิน ว่าแล้วด้วยความรักเพื่อนของหมู่ตัวเอกก็บังเกิดขึ้น!! ทุกคนพร้อมใจกันกดไหล่พี่แสงกับฟีเรี่ยนที่กำลังจะลุกออกจากที่)

เซ : พี่แสงคะ(ทำเสียงเย็น ๆและโรคจิต)....แสงสว่างของพี่ไม่สถิตกับพี่แล้วใช่ไหมคะถึงมารายการของหนูได้.....

พี่แสง : เฮือก!!!!!

เซ : ฟีเรี่ยนก็อีกคน....ฟีเรี่ยนคะ....พี่ร่อนเร่เป็นสัมพเวสีไปตามพื้นที่ต่าง ๆทั่วทั้งโลก....ไปปลูกดอกไม้ป่าซึ่งสำคัญกว่าการมาสัมภาษณ์ที่รายการของหนูเสร็จแล้วสินะคะ....(ออร่าความโกรธ"แพร่"กระจาย)

ฟีเรี่ยน : (หน้าซีด....)

เซ
: (กลับมามำหน้ายิ้มแย้มเช่นเดิม) เอาไว้เราจะคิดค่าตัวที่เสียไปโดยใช่เหตุในตอนจบรายการแล้วกันเจ้าค่ะ ^ [] ^ ตอนนี้เริ่มสัมภาษณ์คุณการ์แลนด์กันเลยดีกว่า

การ์แลนด์ : ข้าก็ว่าอยู่แล้วว่าน้องแสงที่รักยิ่งของข้าหายไปไหน คราวที่แล้วกลัวที่จะบอกคนอื่นว่าชอบข้าหรืออย่างไรน้องแสงคนดี?!

พี่แสง : เดี๋ยว.....แก......ตาย....(ยิ่งพูดออกไมค์มันต้องสองเท่ากับการขยายเสียง!!!) (ยังคงโดนกดไหล่ให้นั่งอยู่กับที่อยู่ในฐานะของพี่ใหญ่)

เซ : (ก่อนที่การ์แลนด์จะพูดอะไรแสลงหูชาวบ้านพิธีกรก็รีบตัดบททันที) ว ว่าแต่ว่าคุณการ์แลนด์อยากให้จุดจบของโลกมีทิศทางไหนเหรอคะ????

การ์แลนด์ : (ทำท่าเก็กเต็มที่) ข้าน่ะรึ...ทุกอย่างย่อมอยู่ในความมืดมิด ความมืดต้องชนะแสงสว่าง!!! ที่ใดมีน้องแสง ที่นั่นต้องมีข้า~!!

เซ : ขอบคุณค่ะ เอาเป็นว่าเราไปถามคุณมาเทอุสกันเลย ("ไอ้ตัวไม่ได้เรื่องมาตั้งแต่แรก เป็นพี่ใหญ่เสียเปล่า เชอะ!"<-----สถบในใจ)

การ์แลนด์ : ตัด บท กรุ ง่าาาาาาา =[]= !!!! โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ~~~~

เซ : (มองสมเพศเล็ก ๆกับ "พี่ใหญ่" ของเรื่อง) เอาล่ะแล้วคุณมาเทอุสหรือที่คนอื่นเรียกว่า "จักรพรรดิ์" คุณมีความเห็นว่าอย่างไรดีคะ (มันนี่แหละจอมวางแผน ดังนั้นมันต้องเป็นการเป็นงาน)

มาเทอุส : ไม่มีอย่างอื่นใดนอกจากเป็น"จักรพรรดิ์แห่งโลก....."

เซ : อ้า แล้วใครจะอยู่ให้คุณปกครองหรือคะ?

มาเทอุส : เจ้านี่ถามโง่จังเจ้าพิธีกร "ทุกคนบนโลก" นั่นแหละ

เซ : .......

เซ : เอาเป็นว่าบทสรุปของคุณมาเทอุสก็เป็นอย่างนั้นไปค่ะ เอาเป็นว่าเราไปถามความเห็นของคุณเมฆแห่งความมืดดีไหมคะ?

(คุณเมฆหัวเราะร่วน)

เมฆ
: ก่อนอื่นเลยข้าคงต้องขอปฏิเสธที่จะอยู่ใต้แทบเท้าของเจ้าโจรกระจอกนั่น.....

 

มาเทอุส : กรอด...

เซ : ง่า....ไอสงครามกำลังกลับมาคร่าชีวิตเวทีง่า =[]=!!

เมฆ : ข้าาา (เน้น) น่ะนะจะทำให้พวกเจ้าอยู่ในห้วงของการหลับไหลให้หมดเลยคอยดู หึหึ

เซ : ง่า แต่ตอนนี้เซยังไม่หลับนี่คะ?

เมฆ : บื้ออีกแล้วนะเจ้า รอก่อนสิยะ!!

เสียงปริศนา : เจ้าจะไม่ได้ตามความประสงค์นั้นเด็ดขาด!!!!

(ทั้งพิธีกร มาเทอุสและพี่เมฆหันไปทางต้นเสียง)

อัลทิเมเซีย : จุดจบของโลกต้องจบลงในแบบแผนที่ข้าวางไว้คือ "โลกใหม่" ที่ข้าจะสร้างต่างหากเล่าเจ้าพวก "ไม่ ได้ เรื่อง"

เมฆ : (ปึ๊ด...) ว่าไงนะย้าาาาาา

เซ : หยุ๊ดดดดดดด (เอากงเล็บตะปบคนละสามป๊อกให้ได้สติ) อย่าเพิ่งทะเลาะกันสิพวกเจ๊ทั้งหลาย(มาเทอุส<---?!) เอาไว้เซถามให้ครบทุกคนก่อนเราอาจจะได้ข้อสรุปที่ดีกว่านะคะ ^ [] ^

(ผู้ถูกสัมภาษณ์ครั้งที่ผ่าน ๆมาเริ่มนั่งเงียบรอดูความเป็นไปแต่ก็ยังส่งกระแสไฟฟ้าหากันได้)

เซ
: เอาเป็นว่าเราไปถามคุณกอลเบซ่าก่อนดีกว่าค่ะ (หันไปหากอลเบซ่าด้วยสีหน้าประหลาดใจ)

กอลเบซ่า : อะไรหรือ....

เซ : คุณกอลบี้คะ....เซซิลต้องอยู่ตรงที่นั่งคนดูไม่ใช่หรือเจ้าคะ? (เห็นเซซิลกอดแขนกล้าม ๆอย่างกับเด็ก <----ไหนแกบอกว่าแกไม่เลือกใครไง?!)

กอลเบซ่า :......เจ้ากล้าขัดความประสงค์ของน้องข้ารึ (ตั้งท่าร่ายเวทย์)

เซ : (ทำหน้าเหวอ) ไม่ใช่ค่ะ ๆเซไม่กล้าขนาดนั้นคุณกอลบี้ T ___ T ว่าแต่ว่าคุณมีข้อสรุปของโลกอย่างไรหรือคะ ?

กอลเบซ่า : จุดจบของโลกจะเป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปตามนั้นเถอะ ข้าไม่สนใจหรอก (ว่าไปก็มองน้องตัวเองไปนะเพ่) แค่มีข้ากับเซซิลก็พอแล้ว ถึงตอนนั้นเรากลับไปอยู่ที่ดวงจันทร์ตามประสาชาวดวงจันทร์และพี่น้องก็ได้

เซ : > /// < สวีทหวานแหววกันจังนะคะพี่น้องคู่นี้ เอาเป็นว่าข้อสรุปของคุณกอบเบซ่าก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ

กอลเบซ่า
: (กระชากไมค์ออกจากมือพิธีกรแล้วหันไปมองเคนตรงที่นั่งคนดู) เคน ไฮวินน์ ข้าสงสัยมานานแล้ว...(ทำเสียงเย็น ๆ)

เคน : .....?!

กอลเบซ่า : ทำไมภาค After year แกเป็นพาราดีนวะ? แล้วพ่อข้ายังเรียกแกว่า "ลูก" อีกมันหมายความว่าอย่างไรมิทราบ??? แกทำอะไรน้องข้าไปแล้วใช่ไหม!!!????

เซซิล : เอ๋.....?

เซ : (ตะปบคุณพี่ตกเวทีพร้อมกับคุณน้องก่อนโบกมือให้เคนนั่งลงอย่างสงบไว้คิดบัญชีกันตอนหลัง) อ่า ข้อสรุปก็เป็นไปตามนั้นค่ะ <----?! เอาเป็นว่าคุณเอ็กซเดธหายยยยยยย (พิธีกรหันไปหาหลังฉากสงสัยว่ามี SMS เข้ามาอีกหรือไม่แต่หลังฉากก็ส่ายหน้า)

 เซ : เอิ่ม.....คงไปเข้าห้องน้ำมั้งคะ

เซ : ว่าแต่ทางคุณเคฟก้าแกมีเหตุมาไม่ได้จริง ๆค่ะแต่แกได้ตอบล่วงหน้าแล้วว่าจะทำลายทุกอย่างให้สิ้นซาก ดังนั้นเราก็ได้ข้อสรุปกันหมดแล้วล่ะค่ะ ^ [] ^ 

เซฟิรอธ : เฮ้ย~!! ข้ามข้าได้ไง!!!

เซ : ก็ ก็ ก็ คุณเซฟิรอธได้แสดงเจตจำนงค์ตอนต้นรายการไปแล้วนี่คะว่า (เริ่มทำเสียงเย็น ๆ) จะเอาเจโนว่ามาเฝ้าหน้าบ้านให้หนูน่ะ

เซฟิรอธ : เฮือก.....

(เอ็กซเดธโผล่มาตรงกลางรายการ)

เอ็กซเดธ : ไหน ๆก็ไหน ๆแล้ว ข้าสรุปให้เลยแล้วกัน เอาเป็นว่าแรก ๆให้เคฟก้าทำลายทุกอย่างซะแล้วให้อัลติเมเซียสร้างโลกใหม่ไปก่อน แล้วมาเทอุสก็ครองโลกไปอีกสักระยะ หลังจากนั้นเมฆหมอกแห่งความมืดก็สะกดทุกคนให้หลับไป  สุดท้ายข้าก็จะครองจักรวาล!!!! ฮ่า ๆๆๆๆๆ!!!!!

 

เซ
: เอ่อ...คุณเอ็กซเดธคะ ตื่นจากความฝันก่อนนะคะ

เอ็กซเดธ : อะไรหรือเจ้าพิธีกร?!

เซ : พี่เดธช่วยดูกลุ่มคนข้างหลังพี่ก่อนที่จะพูดอะไรต่อไปดีไหมคะ????

(เอ็กซเดธหันไปมองข้างหลังพบอัลติเมเซีย จักรพรรดิ์และพี่เมฆ)

มาเท
+ เมฆ + อัล : แกก.........มัดมือชกกันเลยนี่หว่า?! ตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

เซ : เอวัง....เวทีก็กำลังจะพังอีกครั้ง T [] T พี่เดธกำลังถูกสกรำไม่เป็นชิ้นดีสรุปสุดท้ายก็ไม่มีใครยอมรับข้อเสนอของใครจริง ๆด้วยสินะคะ เอาเป็นว่าเราจบรายการกันแต่เพียงเท่านี้เลยดีกว่า ปิดกล้อง!!!

Quality advertising. Big traffic. Increase sales. Promote your website. Advertise your product to shoppers.