FanFiction

ก่อนอื่นใดก่อนที่จะลง fic ก็ขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่านเลยค่ะ =/\= ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีมาก ๆเลยนะ้ค้า

 

สุดท้าย...ก็ลงสูตรขนมตามความตั้งใจไม่ได้ T ^T (แต่ภาพพร้อมหมดแล้วค่ะ)

 

ดังนั้นก็เลยลง fic ก่อนแล้วกัน สำหรับแฟน ๆ Hell Girl โดยเฉพาะ (ลายเส้นแกดูน่ารักมากแต่ดันเป็นการ์ตูนแนว drak แต่ค่อนข้างทำได้ดีทีเดียวค่ะ ตอนนี้มีสามภาคแล้ว)

 

เนื่องด้วยเป็น fic สั้นแต่เขียนมันส์ไปหน่อยกลายเป็นว่า "เหมือนจะ" เป็นฟิคสั้นมากกว่า (ความยาวทั้งหมด 23 หน้ากระดาษได้)

 

E  N  J  O  Y ! ! !

---------------------------------------------------------------------------------------------------

 

Fan fiction: Jigoku shoujo

Author: Bear killer

(Act I): Hell’s on earth

 

ดอกเบญมาศสีแดงสดปลิวไสวไปตามแรงลมอ่อนเฉกเช่นเดียวกับฟางข้าวลู่ลมไปในทิศทางเดียวกัน สายวารีช่างอ่อนโยนผิดไปจากท้องนภาสีโลหิตนัก เปลือกตาบางหลับสนิท ร่างทั้งร่างลอยอยู่บนผิวน้ำ เส้นผมสีดำยาวสยายเป็นวงกว้างตัดกับอาภรณ์นากาจูกันสีขาวพิสุทธิ์

 

ร่างนั้นนอนนิ่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของสายวารี

 

ไอ...” ต้นเสียงดังออกมาจากบ้านไม้หลังเล็กท่ามกลางทุ่งเบญจมาศและฟางข้าว เปลือกตาบางลืมขึ้นปรากฏดวงตาสีแดงฉานดวงใหญ่ไร้แวว ร่างของเด็กสาวลุกขึ้นจากสายน้ำอย่างแช่มช้า เนื้อตัวเปียกปอนไปทั้งตัวจนเห็นสีผิวขาวราวกับหิมะใต้ร่มผ้าซึ่งแนบชิดกับเนื้อ

 

ไอ…” เสียงนั่นเรียกชื่อของเธออีกครา

 

คะคุณยาย น้ำเสียงเย็นไร้ซึ่งความยินดียินร้ายในสิ่งใดตอบรับเสียงหญิงชรา

 

มีข้อความมาหาหนูแล้วนะไอรีบไปเถอะ

 

ค่ะ คุณยาย แม้กระนั้นสีหน้าของเธอก็ยังคงสงบนิ่งเป็นตุ๊กตา หญิงสาวทอดกายไปยังระเบียงไม้พลันหยิบเสื้อนักเรียนญี่ปุ่นสีดำสนิทขึ้นแล้วเดินเข้าบ้านไม้ไป ไม่นานนักเธอก็ออกมานอกบ้านด้วยภาพลักษณ์ซึ่งไม่ต่างกับเด็กนักเรียนภาคปัจจุบัน

 

กึก

 

ดวงตาสีแดงฉานมองลงไปที่ดวงตาสีฟ้าโตเหมือนตาแมว มือเล็กของเด็กสาวตัวกะเปี๊ยกดึงชายกระโปรงของเธอพร้อมสายตาอ้อนวอน

 

ไปด้วยได้ไหม

 

ไปได้ เพียงคำตอบเดียวทำให้เด็กน้อยคิคุริเต้นเหมือนลิงโลดวิ่งไปมาด้วยความตื่นเต้น แม้กระนั้นการตัดสินใจของหญิงสาวกลับทำให้บริวารทั้งสามซึ่งนั่งอยู่ตรงระเบียงบ้านอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเจ้าเด็กตาแมวนั่นจะเล่นซนอะไรอีก

 

ชายแก่ถอนหายใจเฮือกพลันสวมหมวกปีกกว้าง เขานึกภาพออกเลยว่าเมื่อลงไปที่ภพของมนุษย์แล้วเขาต้องวุ่นวายวิ่งไล่จับเจ้าลิงซนตัวนี้ในสภาพใด เพราะแกยังเด็กเสมือนผ้าขาวนัก

 

ฉันไม่อยากดูแลเด็กนั่นนักหรอก สาวสวยภายใต้กิโมโนสีฟ้าทำเสียงอู้อี้

 

เอาน่ะคุณหนูเขาอนุญาติแล้วนี่นาภูติแห่งดาบหัวเราะร่วนพลันเอามือซุกลงไปในกระเป๋าเสื้อ โดยปรกติเขาไม่ค่อยสนใจเจ้าตัวกะเปี๊ยกนี่อยู่แล้ว หน้าที่ของเขาคือจับตาดูเป้าหมายเท่านั้น

 

บริวารทั้งสามหันไปมองเธอเตรียมรับคำสั่ง บัดนี้สามลมเริ่มแรงขึ้นไปอีกระดับจนผมสีดำเหยียดตรงยาวปลิวไสว

 

ไปกันเถอะ…” ไอก้มมองพลันจับมือเจ้าตัวซนคิคุริก่อนจะเดินออกไปจากทุ่งเบญจมาศนั้น

 

อีกไม่นาน เด็กสาวจากนรกจะพรากวิญญาณลงสู่นริยขุมอเวจี

 

----------- -------------- --------------- ------------ --------------------

 

อาหารยามเช้าช่างหอมเย้ายวนใจ เสียงเพลงขับขานคลายเหงาช่วยสร้างสีสันแก่ห้องครัวดีเสียจริง น้ำซุปต้มเดือดปุดปุดส่งกลิ่นหอมของเครื่องเทศและเห็ดแชมปิยองรวมถึงกลิ่นน้ำซอสพาสต้าเข้มข้นส่งกลิ่นมะเขือเทศไปทั่วทั้งบ้าน

 

เข้าที่แล้ว ขั้นตอนการปรุงได้สำเร็จเมื่อชายชาวอเมริกันชิมน้ำซอสและซุปจนพอใจ เขาจัดแจงเตรียมข้าวเช้าบนโต๊ะสำหรับสามที่

 

เคียวยะยังไม่ตื่นอีกเหรอเนี่ย ป่านนี้แล้วนะ พ่อครัวหาวหวอดพลันถอดผ้ากันเปื้อนสีขาวตัวเก่งพาดไว้กับโต๊ะ เขารีบแจ้นขึ้นบันไดไปทางห้องของลูกชาย ถ้าเจ้าหนุ่มตื่นช้ากว่านี้ต้องไปโรงเรียนสายแน่นอน

 

เคียวยะ ข้าวเช้าเสร็จแล้วนะ ร่างสูงเคาะประตูห้องพลางตะเบงเสียงให้ลอดเข้าไปถึงข้างใน แม้ว่าเขาจะถูกสอนมาให้รู้จักรับผิดชอบกับชีวิตของตัวเองตั้งแต่เด็กเล็กแต่เขาไม่อาจปฏิเสธต่อความห่วงใยที่มีอยู่

 

คงเป็นเพราะเขาซึมซับวัฒนธรรมของที่นี่เข้าสู่กระแสเลือดบ้างแล้วกระมัง?!

 

คร้าบบบ พ่อ เสียงใสดังออกมาจากข้างในห้องทำให้เขาเริ่มวางใจ พ่อบ้านเริ่มจัดแจงวิ่งลงไปเก็บครัวข้างล่างให้เสร็จทันเวลาข้าวเช้าของเจ้าหนุ่ม

 

จะว่าไปเขาเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าเมื่อเขาตื่นมาภรรยาสุดที่รักก็ได้หายไปจากเตียงเสียแล้วแถมเรียกหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเลยเป็นข้อสงสัยเล็กน้อยว่าคุณหมอสุดที่รักของเขาคงถูกเรียกไปเข้าเวรช่วงค่ำเป็นแน่แท้ สงสัยว่าอาหารชุดที่เหลือบนโต๊ะชุดใดชุดหนึ่งจะต้องถูกเก็บเข้าตู้เย็น

 

ไม่นานนักลูกชายเขาก็ลงมาในชุดไปรเวทเสื้อเชิ๊ตแขนสั้นสวมเสื้อกั๊กทับสวมหมวกแก๊ปสีแดง เจ้าหนุ่มเดินลงมาโดยไม่รีบร้อน เขานั่งลงกับโต๊ะพลันตักน้ำซุปเข้าปาก

 

เคียวยะ ถอดหมวกก่อนสิ แซมกล่าวโดยเรียบพลันเดินไปหยิบจดหมายบนเคาเตอร์ขึ้นอ่าน ส่วนใหญ่ล้วนส่งถึงเขา ปัจจุบันแซมทำอาชีพอิสระรับจ้างทำอาหารตามงานต่าง ๆรวมไปถึงการรับจ้างสอนทำอาหารอีกด้วย

 

จดหมายส่วนใหญ่ล้วนเป็นการจ้างงานแต่กลับมีบางฉบับที่ต่างออกไป

 

อะไรเหรอพ่อ เคียวยะถอดหมวกแก๊ปอย่างว่าง่ายพลันมองสีหน้าของพ่อ

 

แองเจิลน้องสาวลูกน่ะ เขาว่าพลางแกะซองจดหมายแล้วไล่อ่านก่อนที่จะเล่าให้อีกฝ่ายฟังโดยสรุป น้องเขาบอกว่าอีกไม่กี่เดือนจะกลับอยู่ที่ญี่ปุ่นมากับเราแล้วก็บอกว่าอาการป่วยของคุณย่าดีขึ้นมากเลยล่ะ

 

งั้นก็ดีสิพ่อ ผมน่ะอยากเจอคุณย่าไว ๆเหมือนกัน น้ำเสียงของเจ้าหนุ่มดูกระตือรือร้นมากขึ้น เขายกชามซุปข้นออกเปลี่ยนมากินพาสต้าแทน

 

“?!”

 

หากไม่สังเกตคงไม่เห็นเพียงเสี้ยววินาทีที่แซมมองกวาดผ่านมือของลูกชายเขาไป เขาเห็นรอยข่วนเป็นทางยาวอยู่กลางหลังมือ แล้วที่มือเป็นอะไรไปล่ะเคียวยะ

 

อ้อแมวข้างบ้านข่วนน่ะ เคียวยะตอบทันทีก่อนเอามือข้างนั้นหลบไปข้างหลัง ดวงตาดูล่อกแล่กผิดวิสัย แซมไม่กล่าวอะไรนอกจากส่งสายตาตำหนิ พวกเขาอยู่ด้วยกันเกือบสิบเจ็ดปีมีหรือที่คนเป็นพ่อจะไม่รู้นิสัยลูกตัวเอง แมวไม่มีทางข่วนให้เกิดบาดแผลเพียงรอยเดียวได้อยู่แล้ว

 

ก็เมื่อวานผมไปฉีดวัคซีนแล้วล่ะ ไม่เป็นไรหรอกพ่อ เจ้าหนุ่มยิ้มกว้างแต่ก็หลอกคนเป็นพ่อไม่ได้อยู่ดี แต่ทำอย่างไรได้ เคียวยะไม่ใช่เด็กที่จะเปิดใจกับเขาเสียทุกเรื่องแล้ว

 

มันต้องมีอะไรแน่นอน

 

 รีบกิบแล้วรีบไปเถอะ เดี๋ยวตกรถ แซมตัดบทพลันวางช้อนลงกับชามซุปแล้วส่งรอยยิ้มให้ลูกชายพ่อเองก็ติดงานแต่คงกลับไม่ดึกนักหรอก แล้วตอนนั้นค่อยมาคุยกัน ดีไหม

 

ก็ได้ ถ้าพ่อว่างั้นนะ เคียวยะรีบจัดแจงอาหารตรงหน้าแล้วจัดการนำไปไว้ในอ่าง เขาสวมหมวกแก๊ปสีแดงอีกคราแล้วออกรับคำอวยพรจากบิดาก่อนออกจากบ้านไปพร้อมกับเป้ใบใหญ่

 

ไปดีมาดีล่ะ เคียวยะ…”

 

เมื่อเสียงประตูปิดลง แซมก็เริ่มจัดแจงกิจวัตรของตน เขาจัดการอาหารของตนเองและนำส่วนของภรรยาเข้าตู้เย็น ตัวของเขาเองก็มีเวลาอยู่ไม่มากแล้วก่อนที่จะออกไปเตรียมของทำอาหารเที่ยงสำหรับงานหมั้นของผู้ว่าจ้าง

 

เมื่อเขาล้างจานเสร็จ ร่างสูงจึงเดินขึ้นไปบนห้องเปิดตู้เสื้อผ้าคว้าชุดเชฟคอเต่าสีขาวพร้อมผ้าพันคอสีแดงเตรียมพับลงกระเป๋าถือ วันนี้คงงานหนักทั้งวันตั้งแต่เช้ายันงานแต่งงานตอนเย็นเป็นแน่แท้

 

ด้วยความมั่นใจของตนเมื่อนึกถึงบาดแผลบนมือของลูกชาย เขาฟันธงร้อยทั้งร้อยเลยว่าเคียวยะไม่ได้ถูกแมวข่วนแต่อย่างใดนอกเสียจากไปทะเลาะกับใครสักคนมาซึ่งการตีกันคงไม่สาหัสหนักหนา

 

ตึง!!

 

“!?” เสียงประตูบ้านถูกกระแทกเข้าอย่างจัง ดวงตาสีฟ้าใสหันไปมองทางต้นเสียง แซมไม่รอช้าวิ่งลงบันไดมาอย่างรวดเร็ว ใครหน้าไหนบุกรุกบ้านกันตั้งแต่หัววัน มันเป็นใคร!!!

 

“…”เพียงก้าวเท้าลงสู่พื้นไม้ชั้นล่างสุด นัยน์ตาสีฟ้าเบิกโพลงมองภาพตรงข้างหน้า ประตูถูกเปิดคาไว้พร้อมร่างของหญิงสาวผมหยักศกในสภาพทรุดโทรมในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน

 

โยโกะ!” แซมเรียกภรรยาพลันวิ่งเข้าไปประคองร่างบางให้มองหน้าได้อย่างชัดเจน สีหน้าของหล่อนเศร้าหมองเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ เมื่อหล่อนเห็นใบหน้าเขาอย่างชัดเจน ร่างทั้งร่างสั่นเทาไปหมดพลันคว้าปกเสื้อของเขาแน่นเหมือนสัตว์ซึ่งตกอยู่ในภาวะของความหวาดกลัว

 

โยโกะ...เธอเป็นอะไรยิ่งถามยิ่งเหมือนไปเปิดสลักระเบิด เธอคว้าต้นคอเขาลงมากอดแน่น เสียงสะอึกสะอื้นของหล่อนทำให้เขาใจหายยิ่งขึ้นไปอีก

 

ใครหน้าไหนมันมาข่มขู่ล่วงเกินจิตใจของหล่อน?!

 

อ้อมแขนเขากระชับร่างบางแน่น ไร้ซึ่งคำพูดอันใดนอกจากภาษากายซึ่งสื่อถึงกัน มือแกร่งลูบหัวอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนพลันจุมพิตลงที่หน้าผากของหล่อน เมื่อหญิงสาวรู้สึกว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว อาการสั่นก็เริ่มหายไปทีละน้อย

 

เมื่อสติของหล่อนกลับคืนมาบ้างแล้ว แซมเริ่มประคับประคองร่างของหญิงสาวขึ้นพามานั่งที่โต๊ะ พ่อครัวเดินไปที่ตู้เย็นพลันหยิบซุปเห็ดออกมาอุ่นให้ภรรยา เขาจัดแจงทำทุกอย่างให้หล่อนก่อนที่จะเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างกาย

 

โยโกะไม่ได้สนใจซุปร้อนตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่ตอนที่เขาจัดแจงโต๊ะให้หล่อน หล่อนได้แต่เอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกุมอะไรบางอย่างเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจและสติไว้

 

โยโกะเธอไม่มีความจำเป็นที่ต้องบอกฉันว่าเธอไปไหนและไปเจออะไร อุ้งมือใหญ่เชยคางหล่อนขึ้น แม้อยากรู้ความเพียงใดแต่หากเร่งรีบอาจทำให้ไม่มีวันเข้าใจหล่อนอีกต่อไป คิ้วสีบลอนด์ขมวดขึ้นเกร็งด้วยความเจ็บแค้นใจ แต่เธอต้องพูดกับฉันนะที่รัก

 

ดวงตาสีดำสนิทพินิจมองเขาสักครู่พลันชักมือออกจากกระเป๋า หล่อนวางสิ่งนั้นลงกับโต๊ะด้วยความใจเย็น สิ่งนั้นมีรูปร่างเหมือนตุ๊กตาสาปแช่งมีด้ายสีแดงผูกหลวมอยู่ตรงต้นคอของหุ่น

 

นี่มัน…?”

 

ฉันรู้ว่าคุณต้องโกรธฉันเซมแต่…” ในที่สุดเธอก็เอื้อนเอ่ยออกมาพร้อมน้ำตาซึ่งอัดอั้นมานาน

 

ฉันทนเขาต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว!”หญิงสาวกุมตุ๊กตาตัวนั้นแน่นพร้อมที่จะดึงด้ายแดงออก แซมรีบคว้ามือหล่อนเพื่อไม่ให้หล่อนทำอะไรมากไปกว่านี้ เขาไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรแต่ตุ๊กตาซึ่งเป็นที่พึ่งของหล่อนมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

 

อย่าที่รักอย่า เขากระซิบอย่างแผ่วเบาพลางแกะตุ๊กตาฟางสีดำออกจากหล่อนอย่างเบามือ ใครทำอะไรเธอฉันจะไปจัดการมันเอง ขอร้องล่ะอย่าเล่นแบบนี้

 

คุณไม่เข้าใจแซม เนื้อตัวหล่อนสั่นไปหมด เธอไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยชื่อของคนคนนั้นด้วยซ้ำ เธอหวาดกลัวยิ่งกว่ามีภัยอยู่แทบเท้า มันสายเกินแก้แล้วนี่คือสิ่งเดียวเท่านั้น

 

“…” ไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ แซมใส่ตุ๊กตาฟางลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วสวมกอดเธอแน่น โยโกะฟังนะ ฉันจะปกป้องเธอเอง วันนี้เธอหยุดอยู่บ้านแล้วตอนเย็นฉันจะกลับม…”

 

ไม่นะแซม!! ฉันไม่อยากอยู่ถ้าไม่มีคุณ หล่อนรีบตัดบททันควัน เขาเองก็ลำบากใจที่จะลางานหาคนอื่นไปแทน เขานั่งคุกเข่าลงกับพื้นพลางกุมมือหล่อนอย่างอ่อนโยน

 

ฉันจะรีบกลับมา งานตอนเย็นฉันจะให้ทัซสึกิทำแทน โอเคไหม

 

ใบหน้าซีดเผือกของหล่อนเริ่มมีชีวิตมากขึ้น โยโกะพยักหน้าตอบรับแล้วเริ่มให้ความสนใจกับอาหารบนโต๊ะ หญิงสาวเริ่มอุ่นใจที่เขาพูดอย่างนั้น

 

กลับมาเร็ว ๆนะคะแซม…” เขายิ้มอ่อนโยนให้กับภรรยาซึ่งกระทำตนเหมือนเด็กเล็ก

 

 ไว้จะรีบกลับมา

 

เขาจุมพิตบนหน้าผากหล่อนอีกครั้งแล้วขึ้นไปเอากระเป๋าที่เตรียมไว้ก่อนออกจากบ้านไป ร่างสูงล๊อคประตูบ้านอย่างดีแล้วรีบขึ้นรถ ถ้าออกช้ากว่านี้สักสิบนาทีคงไปไม่ทันเตรียมของสำหรับงานหมั้นเป็นแน่แท้

 

คว้าง….

 

ระหว่างที่รถแล่นออกไป ดวงตายักษ์ซึ่งอยู่ตรงประตูหน้าบ้านก็หลับลง

 

เธอเกือบจะดึงด้ายแล้วเชียว เจ้าหนุ่มภายใต้เสื้อสเวทเตอร์ลืมตาขึ้นพลันถอนหายใจยาว หันไปหาสาวในชุดกิโมโนสีน้ำเงิน แทนที่งานนี้จะจบลงโดยง่ายกลับยากขึ้นไปอีกเพราะผู้ชายคนนั้นแท้ ๆเชียว

 

มนุษย์น่ะเดาใจยาก ไม่เหมือนพวกสัตว์หรอก หญิงกระดูกว่าเช่นนั้น

 

อ่าฮะ…” ชายหนุ่มยักไหล่แล้วเอามือซุกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อทั้งสองข้างแล้วเอนหลังพิงกำแพง แต่คนที่เดาใจยากที่สุดก็คงจะเป็นคุณหนูนั่นแหละ

 

นั่นสินะ…” ดวงตาสีนิลหันไปมองกระจกฝั่งร้านค้า กระจกนั่นสะท้อนเงาของเด็กผู้หญิงร่างเล็กในชุดนักเรียนสีดำ เส้นผมยาวสลวยพัดตามแรงลมอ่อนทว่าแววตานั่นของเธอกลับเพิกเฉยต่อทุกสิ่ง

 

----------------------- ------------------------ -------------------------------

 

เตรียมของกันไปถึงไหนแล้ว?!” เชฟใหญ่ตาลีตาเหลือกวิ่งเข้าไปในห้องครัวด้วยความรีบเร่ง เห็นทุกคนกำลังเตรียมของอย่างดี ให้พูดตามตรงว่านี่เป็นงานหมั้นกันเองระหว่างคนในตระกูลใหญ่ ดังนั้นจึงจัดที่บ้านซึ่งแสนจะใหญ่โตมโหราฬ เทียบกับโรงแรมห้าดาวแล้วที่นี่ยังเหนือชั้นกว่ามาก

 

เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วครับเชฟ!” รองหัวหน้าเชฟอารมณ์ดีเปล่งเสียงดังให้เขารับทราบ ผู้พูดตัวสูงพอ ๆกับตัวเขาและดูกำยำเหมาะกับสายอาชีพ ห้องครัวที่นี่มีทุกอย่างพร้อมแถมมีเครื่องทุ่นแรงมากมายดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงครับเซฟ

 

แซมมองไปรอบด้าน มันเป็นจริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า ตั้งแต่ตู้เย็นใหญ่โตเก็บของได้หลายอย่าง เครื่องบดเครื่องผสมอะไรต่าง ๆมากมายแต่กระนั้นแล้วก็รอช้าไม่ได้แม้แต่นิดเดียว อาหารพร้อมเสริฟต้องทำให้ทันเวลาที่กำหนดเพื่อให้อาหารมีความร้อนและรสชาติได้ที่

 

จะรออยู่ทำไมล่ะทัซสิกึ เร่งมือทำเร็วเข้า เรามีเวลาแค่สองชั่วโมงเท่านั้นนะ เซฟใหญ่ไม่ได้พูดกับทัซสึกิเพียงคนเดียว เขาตบมือเรียกขวัญจากลูกมือคนอื่น ๆให้ทำทุกอย่างให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดด้วย

 

ครับเชฟ!!!”

 

แม้จะอยู่ในภาวะแสนกดดันแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทีมงานเครียดกับเวลาอันเพียงน้อยนิด ทุกคนในห้องนี้ล้วนมีฝีมือจากการคัดสรรของแซมทั้งนั้น ใช้เวลาเพียงไม่นานนักออเดริฟก็พร้อมเสริฟแล้วสำหรับแขกสองร้อยท่านแล้ว

 

ทว่าทุกอย่างต้องดำเนินต่อไปเรื่อย ๆมิได้ขาดตอน อาหารจานหลักถูกปรุงแต่งด้วยเครื่องมากมายหลายชนิดซึ่งถูกเลือกสรรมาอย่างดีแล้ว แน่นอนว่าความใส่ใจย่อมถูกใส่ลงไปในทุกจานที่เสริฟ เพราะอย่างนี้แหละถึงไม่มีใครผิดหวังกับตัวเขาสักคน

 

ทุกอย่างดำเนินการไปตามแผน อาหารและขนมหวานทุกจานถูกเสริฟครบตามเวลาที่กำหนด เริ่มต้นที่ออเดริฟและจบท้ายด้วยพุดดิ้งกับไอศกรีมเชอร์เบทมะนาว การทำงานครั้งนี้ก็เหมือนทุกครั้งจบด้วยความสำเร็จและการชมเชย

 

ขอบคุณทุกคนมากนะ Good Job!” เซฟใหญ่ปรบมือเรียกเสียงลูกทีมทำตามทุกคนจนเสียงปรบมือดังลั่นครัว โดยสรุปแล้วทั้งหัวหน้าเชฟก็มีลูกทีมที่ดีและลูกทีมก็มีหัวหน้าซึ่งเยี่ยมยอดยิ่งกว่าคนใดเสียอีก

 

แต่อย่าลืมงานตอนเย็นล่ะ!”

 

ครับเชฟ!!”

 

ก่อนที่ทีมงานทุกคนจะเก็บของเสร็จ แซมเดินไปกดไหล่ของทัซสึกิด้วยความเบามือ

 

ภรรยาผมป่วยเย็นนี้รบกวนคุณคุมงานทุกอย่างได้ไหม ทัซสึกิ?” รองหัวหน้าเซฟกะพริบตาปริบ ๆได้สักพักเหมือนกำลังลำดับขั้นตอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ในใจเต็มไปด้วยความกังวล เขากำลังเป็นหัวหน้าเชฟในค่ำคืนนี้ เขาจะทำได้อย่างนั้นหรือ

 

ฝากด้วยนะ ทัซสึกิ มือใหญ่บีบไหล่ของเขาแน่น แซมฝากความหวังไว้กับเขาอย่างเต็มเปี่ยม ริมฝีปากเม้มแน่น เขาจะทำอย่างไรได้ล่ะ หัวหน้าฝากความหวังไว้กับเขาแล้วเขาก็ต้องทำให้มันดีที่สุด!!

 

ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนหัวหน้า!!” ชายหนุ่มโค้งคำนับคนตรงหน้า แซมเผยรอยยิ้มพลันตบไหล่ทัซสึกึเบา ๆแล้วกล่าวขอบคุณ เขาเองก็เชื่อมั่นในตัวของผู้ชายคนนี้เกินร้อย ทัซสึกิเรียนกับเขามานานพอสมควรดังนั้นต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน

 

ว่าแต่ว่าถามอะไรหน่อยได้ไหม ชายชาวฝรั่งเดินไปที่กระเป๋าของตนพลันเปิดค้น เจ้าหนุ่มมองตาแป๋วสงสัยใคร่รู้ว่าเขาจะถามอะไรกันแน่

 

สวบ

 

นั่นมัน!!!” ทัซสึกิสะดุ้งเฮือกเพียงเห็นแค่ครึ่งตัวของตุ๊กตาวิ่งเข้าไปแทบจะปิดกระเป๋าแทบไม่ทันการ คิ้วหน้าหมวดขึ้นด้วยความตะหงิดใจกับการกระทำและสีหน้าซีดเผือกของอีกฝ่าย ทำไมเจ้าหนุ่มต้องกลัวขนาดนั้นด้วย ตุ๊กตาตัวนี้มีอะไรอย่างนั้นเหรอ?!

 

ทัซสึกิ?!”

 

หัวหน้าเอ้อ ทัซสึกิรีบลากแซมเข้าไปในห้องเก็บสต๊อกของข้างห้องครัวพลันล๊อคประตูแน่นราวกับไม่ต้องการให้ใครล่วงรู้นอกจากเขาสองคนเท่านั้น ในห้องมีแต่ชั้นวางของเปล่าไร้แสงไฟส่อง ทัซสึกิก้มตัวลงยกกระเป๋าของอีกฝ่ายไปตั้งที่ชั้นวางของซึ่งลึกจากประตูเข้าไปสักสี่เมตรได้

 

เขากลืนน้ำลายเอื้อกพลันหยิบมันออกมาอย่างแช่มช้า ใบหน้าซีดเผือกนั้นเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ บัดนี้เขาได้หยิบตุ๊กตาฟางตัวนั้นพ้นจากกระเป๋ามาทั้งตัวแล้ว

 

หัวหน้าไปได้มันมาจากไหนครับ….” ผู้ถามถามด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ มือที่กำตุ๊กตาฟางสีดำอยู่บีบมันแน่น

 

ฉันได้จากภรรยาเมื่อเช้าน่ะ ฉันรู้จักมันคร่าว ๆว่าเป็นตุ๊กตาสาปแช่งเท่านั้นแหละนะ แซมเว้นจังหวะหายไปช่วงหนึ่ง ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องไม่ดี ฉันเห็นเธอทำท่าจะดึงด้ายออกเลยห้ามไว้แล้วยึดมาเนี่ยแหละ

 

หัวหน้า มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะครับ…” ราวกับฝันร้ายหวนกลับมาหา เจ้าหนุ่มขบกรามแน่นเม้มเปลือกตาสนิทพลางตุ๊กตาลงแล้วแกะกระดุมเสื้อเม็ดบนออกเผยรอยสักรูปไฟสีดำบนแผ่นอก

 

รอยสักมันเกี่ยวอะไรกับตุ๊กตาล่ะ

 

ผมเคยขอให้จิโกคุ โชวโจแก้แค้นให้ผม…” ดวงตาสีดำสนิทก้มต่ำลงมองพื้น ขอให้เธอลากคนคนนึงลงสู่นรก…”

 

นรก!?” แซมสะดุ้งเฮือกขึ้นเสียงถาม แม้สิ่งนี้จะเป็นนามธรรมแต่ไม่มีใครนำมาล้อเล่นกันแน่นอน ยิ่งกับภรรยาของเขาเขาปล่อยให้หล่อนทำอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด!!

 

เมื่อคนหนึ่งได้รับคำสาป หลุมศพสองหลุมจะถูกขุดขึ้น เมื่อเธอตาย วิญญาณของเธอจะตกลงสู่นรกและถูกจองจำด้วยความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาณชั่วกัลปาวสาน ไม่มีวันได้ขึ้นสรรค์ตราประทับบนอกคือพันธสัญญาของผมกับเด็กคนนั้น ทัซสึกิย้ำคำพูดขึ้นมา ยิ่งเจ้าหนุ่มเปิดประเด็นให้กว้างขึ้นแซมยิ่งไม่เข้าใจ เหมือนทุกอย่างประดังเข้ามาในหัวในคราวเดียวแทบจะระเบิดอยู่แล้ว โยโกะต้องการจะแก้แค้นใคร ทำไมเธอจึงยอมตกนรกด้วย?!

 

ผมรู้ผมไม่อาจห้ามภรรยาของคุณได้ ผมไม่อาจย้อนเวลาได้อีกขอร้องล่ะหัวหน้าทิ้งตุ๊กตาตัวนี้ไปเถอะครับ!!” ทัซสึกิขึ้นเสียงย้ำสติเตือนให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้องแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่เข้าใจอะไรทั้งหมด

 

ฉัน…” แซมเอ่ยแผ่วเบา เจ้าหนุ่มตั้งตารอคำตอบด้วยความหวังอย่างเต็มเปี่ยม

 

ฉันจะปกป้องโยโกะไม่ว่าใครที่แค้นเธอ ฉันจะปกป้องเธอจากคนพวกนั้น ทุกอย่างไม่เป็นไปดังใจคิด แซมคว้าตุ๊กตาฟางสีดำจากมือของเขาแล้วหย่อนลงกระเป๋าไป

 

ทำไมล่ะทำไมถึงไม่ทิ้งมันไป?

 

ฉันจะไม่ยอมให้ใครตกเป็นเหยื่ออีกฉันจะเก็บมันไว้ในที่ลับไม่ให้ใครหาเจอ แซมปิดกระเป๋าแน่นพลางปลดล๊อคประตูแล้วส่งยิ้มให้เขา ขอบคุณมากที่บอกเรื่องนี้ให้ฉันฟังนะทัซสึกิ ฉันจะระวังให้มากที่สุด

 

------------------------- ---------------------- -------------------------- ---------

 

ในบ้านช่างเงียบสงบนักไม่วุ่นวายเหมือนกับโรงพยาบาล ความสงัดทำให้หล่อนคิดเรื่องต่าง ๆได้เป็นลำดับขั้น หล่อนนั่งกอดอกจนตัวสั่น มันมีบางอย่างที่สามีของหล่อนไม่เข้าใจ หล่อนอยากจะบอกเขาบอกเขาว่าบ้านนี้คือสถานที่ที่อันตรายที่สุดในตอนนี้แล้วหากเวลาค่ำได้มาเยี่ยมเยือน

 

ขอร้องล่ะกลับมาเร็ว ๆด้วยเถอะ เธอกุมมือภาวนาแน่น

 

ทำอะไรน่ะ

 

หญิงสาวสะดุ้งเฮือกมองไปทางต้นเสียงตรงแทบเท้าของเธอ เด็กผู้หญิงตัวเล็กมีดวงตาเหมือนแมวสีฟ้าจ้องมองเธออยู่ เจ้าหนูใส่ชุดกิโมโนสีม่วงเข้มถือดอกเบญจมาศไว้ในมือ

 

ธ เธอเข้ามาได้ยังไงน่ะ น้ำเสียงของหล่อนแทบจะขาดตอน ดวงตานั่นไม่ใช่ของมนุษย์

 

เด็กสาวตัวน้อยหันซ้ายแลขวาพลันชี้นิ้วไปที่หน้าต่างซึ่งถูกเปิดไว้ ทางนั้น! แล้วป้าทำอะไรอยู่ล่ะ

 

หล่อนไม่ตอบแต่กลับนั่งภาวนาในใจขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี เด็กน้อยมองหล่อนด้วยความสงสัยก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะแล้วทำการวิ่งวนรอบตัวหล่อนด้วยความสงสัยใคร่รู้พร้อมถามเพียงคำถามเดียวว่าหล่อนทำอะไรอยู่ตามประสาเด็ก สุดท้ายเจ้าตัวซนก็หยุดยืนตรงหน้าของหล่อน

 

จิโกคุ โชวโจอยู่ที่นี่…” บุตรสาวพญายมราชกล่าวเสียงเรียงทำให้บทภาวนาได้หยุดลง ดวงตาสีนิลดูกังวลกับคำพูดของเจ้าตัวน้อย เดาได้ไม่ยากว่าเด็กคนนี้ต้องมีความเกี่ยวพันกับจิโกคุ โชวโจแน่ ๆ แล้วหล่อนจะตอบคำถามแก่คนเหล่านี้อย่างไรว่าตุ๊กตาได้โดนยึดเอาไปแล้ว คิคุริไม่พูดเรื่องอื่นใดอีกนอกจากเผยรอยยิ้มพร้อมยื่นช่อดอกเบญจมาศให้

 

เบญจมาศ? ? ?”

 

ฮิ ฮิ…” มีเพียงหัวเราะแหลมพร้อมแววตาแสนสนุก ทำไมเด็กคนนี้ต้องทำหน้าอย่างนั้นล่ะ มีเรื่องอะไรให้เธอรู้สึกสนุกรื่นรมย์อย่างนั้นเหรอ?!

 

ก๊อก ก๊อก

 

เสียงประตูยังถูกเคาะอยู่เรื่อย อย่างไรก็ตามหญิงสาวก็ไม่มีท่าทีที่จะไปเปิดแต่อย่างใด เธอได้แต่นั่งคุดคู้กอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ เธอไม่กล้าแม้แต่จะออกไปดูด้วยซ้ำว่าใคร

 

ไม่ไปเปิดประตูเหรอ คิคุริถามต่อ

 

ไม่เขาเป็นคนไม่ดี เธอตอบ ทำให้เด็กน้อยวิ่งด๊อกแด็กไปมองที่ประตูซึ่งถูกโซฟากันไว้ชั้นหนึ่ง ดูเหมือนว่าผู้มาเยือนจะเพิ่มระดับยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการทุบประตูดังตึงตังจนหญิงสาวเริ่มนั่งคุดคู้ปิดหูเม้มเปลือกตาแน่นบนเก้าอี้

 

ตึง ตึง !!!!

 

ไม่…”

 

ตึง ตึง ตึง ตึง!!!!!

 

ไม่นะอย่าเข้ามา น้ำเสียงของหล่อนเริ่มสั่นขึ้นเรื่อยไป คิคุริได้แต่ยืนมองเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก

 

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!!!!!!!!

 

.

.

.

 

ไม่นะ~~~!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

---------- ------------------------ ------------------- -------------------

 

ระหว่างทางกลับบ้านของชาวอเมริกันนี่เต็มไปด้วยสถานการณ์กดดันอย่างสูงสุด เขาเดินจ้ำอ้าวไม่สนใจคนรอบข้างเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่เขาเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้คือภรรยาสุดที่รักซึ่งตกอยู่ในอันตราย เขาควรแจ้งตำรวจเลยดีหรือไม่หรือเขาพาโยโกะไปด้วยกันหลังจากนี้?!

 

ตรู้ดดดดด

 

ฮัลโหล?!” เขาคว้ามือถือขึ้นทันควันเห็นชื่อนาทสึกิซึ่งเป็นเพื่อนบ้านปรากฏอยู่บนหน้าจอเลยกดรับทันที เขาได้แต่ภาวนาจากก้นบึ้งของหัวใจว่าเรื่องที่เพื่อนบ้านจะโทรมาแจ้งต้งเป็นเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับภรรยาของเขา

 

. . . . . . .

. . . .

. .

.

 

ร่างสูงได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือถือในมือร่วงลงสู่พื้นแตกกระจายไปรอบทิศ ดวงตาสีฟ้าใสไร้แววไปโดยปริยาย บัดนี้เขาไม่รู้สึกถึงตัวตนของตัวเองอีกต่อไป

 

มันไม่จริงใช่ไหมมันแค่ล้อเล่นใช่ไหม!!!

 

แซมวิ่งเร็วกว่าเดิมเพื่อให้ถึงที่หมายเร็วที่สุด อีกคนครึ่งนาทีเขาก็ถึงบ้านแล้ว ทันทีที่เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบ้าน เขาเห็นประตูเปิดคาพร้อมกับตำรวจเดินสำรวจอยู่ทั่วบ้านแถมมีกระดาษสีเหลืองอ่อนพันรอบบ้านเหมือนเป็นสถานที่เกิดเหตุอย่างไรอย่างนั้น

 

นี่มันอะไรกันนี่มันอะไรกันแน่!!!

 

นัยน์ตาสีฟ้าเทิ้มไปหมด เขายืนตัวสั่น ตลอดทางที่วิ่งมาเขาพยายามโกหกตัวเองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแท้ ๆถ้าหากนี่เป็นความฝันเขาอยากจะตื่นขึ้นเดี๋ยวนี้ เขาอยากตื่นขึ้นแล้วเจอหล่อนและลูกชายลูกสาวนั่งอยู่พร้อมหน้า

 

ค คุณตำรวจครับ….ผม เขาเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ซึ่งคุมอยู่นอกบ้าน ผมเป็นเจ้าของบ้าน…”

 

ผมเสียใจด้วยครับ…” เขารีบตัดบทพลันบีบไหล่ทั้งสองข้างของเจ้าของบ้านแน่น เธอโดนแทงจนเสียชีวิตครับ…”

 

ท แทง?!” เมื่อได้ยินเช่นนั้นแซมแทบจะล้มคุกเข่าลงกับพื้น นาทสึกิบอกกับเขาว่าเห็นผู้ชายใส่หมวกสีแดงพยายามพังประตูเข้าบ้านสุดความสามารถ ทุกอย่างมันดำเนินด้วยเวลาอันสั้นและจบด้วยเสียงกรีดร้องของหญิงสาว ตอนแรกแซมพยายามคิดว่านาทสึกิอำเล่นด้วยซ้ำ

 

เธอมาช้าเพียงก้าวเดียวเท่านั้น…”

 

เหอ?” เพียงเสียงเย็นอ่อนหวานกลับทำให้กิจกรรมรอบด้านหยุดลงราวกับเวลาซึ่งถูกหยุดไว้ เด็กสาวผมสีดำขลับยาวถึงกลางหลังภายใต้ชุดนักเรียนสีดำยืนมองเขาด้วยความไม่ยินดียินร้ายอยู่ แซมมองดวงตาสีแดงของเธอพลันลุกขึ้นยืน

 

เธอเป็นใครกันแน่?”

 

ฉันชื่อเอมมะ ไอ เธอประกาศชื่อของตนแต่กระนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ตอนนี้ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความสับสน เขาไม่สามารถอธิบายสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เลย เธอเป็นใครและมาจากไหนแล้วมาหาเขาทำไม

 

มนุษย์เชื่อแต่ในสิ่งที่เห็นเท่านั้น….” เธอยื่นมือมาให้เขาเพื่อที่จะดึงให้เขาลุกขึ้น กระนั้นเขาก็ไม่กล้าแตะมือเล็กนั่นอยู่ดี หญิงสาวไม่ใช่มนุษย์เธอเหมือนตุ๊กตาซึ่งไร้ชีวิตจนเกินไป ฉันจะทำให้คุณได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง

 

เธอจะทำอย่างนั้นไปทำไมกัน?!

 

หรือว่าเธอคือ…” สีหน้าเขาเริ่มตื่นขึ้นมาบ้าง ดูเหมือนว่าเส้นทางมันมีให้เลือกอยู่ไม่มากนัก แซมจับมือเธออย่างกล้า ๆกลัว ๆแต่โดยดีแต่กระนั้นเขาก็ยังคงแคลงในการกระทำของเธออยู่ดี

 

เธอคือจิโกคุ โชวโจ?!”

 

เหมือนตัวเขาถูกเคลื่อนย้ายกลับเข้าไปในบ้านของตนเองซึ่งดูเรียบร้อยสะอาดตา ร่างสูงหันเหลือบดูนาฬิกาซึ่งตอนนี้บอกเวลาตอนบ่ายครึ่งพอดิบพอดี ช่วงนั้นคงเป็นช่วงเวลาที่เขากลับบ้านอยู่พอดี อาจจะอยู่บนรถหรือลงจากรถแล้วไม่แน่ใจนัก

 

แซมเดินผ่านห้องนั่งเล่นไปที่ห้องท่านข้าวพร้อมกับจิโกคุ โชวโจ ภรรยาแสนรักของเขายังมีชีวิตอยู่ราวกับข้อเท็จจริง หล่อนไม่ได้จัดการสภาพมอมแมมของตนด้วยซ้ำ ไม่นานหน้าต่างที่ปิดอยู่ก็เปิดออกพร้อมเด็กซนคนหนึ่งในชุดกิโมโนสีม่วงซึ่งมาพร้อมกับช่อดอกเบญมาศสีแดง

 

นั่นคือคิคุริ…” เด็กสาวจากนรกกล่าวเช่นนั้น ทั้งสองมองบทสนทนาของโยโกะและเด็กน้อยจนกระทั่งมีเสียงเคาะประตู สิ่งเดียวที่แซมสนใจคือภรรยาซึ่งนั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ด้วยความหวาดวิตก

 

เสียงประตูดังขึ้นไปเรื่อย ๆจนแทบจะพังอยู่แล้ว ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังนั่งคุดคู้อยู่ตรงนั้นราวกับเสียสติพร่ำพรรณว่าไม่อยู่เรื่อยไป โซฟาที่กันประตูน่าจะป้องกันหล่อนได้

 

แล้วทำไมล่ะถ้ามันกันได้จริงทำไมหล่อนถึงถูกฆ่า?!

 

ฮิ….ฮิฮิ สิ่งที่เขาได้ยินคือเสียงหัวเราะแหลมจากเด็กสาวตรงหน้าประตู เธอต้องการทำอะไรกันแน่?!

 

“!!!” เพียงมือของเจ้าเด็กน้อยตวัดขึ้น ใต้แขนเสื้อกิโมโนก็เผยชิ้นผ้าสีขาวออกมาตวัดรัดกับแขนโซฟาแล้วลากโซฟาให้ถอยออกห่างจากประตู คิคุริทำทุกอย่างด้วยความสนุกสนาน แม้ว่าเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วก็ไม่อาจทำให้แซมอยู่เฉยได้ เขาวิ่งไปจะไปเขย่าตัวหล่อนให้หล่อนรู้สึกตัว

 

ทว่า

 

โยโกะ หนีไปเร็วเข้า!!” ทันทีที่มือคว้าเข้าที่ไหล่บาง ความรู้สึกของแซมเหมือนกำลังคว้าอากาศ สิ่งที่เขาสัมผัสอยู่คือสิ่งไร้ตัวตน เขากำลังถูกเด็กสาวจากนรกมัดมือชกให้รับรู้ในสิ่งที่เขาไม่พร้อมจะเห็น แซมหันมามองจิโกคุ โชวโจ ทำอะไรสักอย่างสิได้โปรด!”

 

ฉันไม่สามารถย้อนเวลากลับไปให้ได้หรอก กฏของเวลาคือการเดินหน้าไปเรื่อย ๆเท่านั้น

 

มันเหมือนตกนรกการที่ต้องมาดูคนรักถูกฆ่าต่อหน้าต่อตามันเหมือนตกนรก ในใจของเขาร้อนรุ่มแทบจะอยู่ไม่ติดกับที่อยู่แล้ว เขาต้องทนดูทั้ง ๆที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักนิดเดียว!!!

 

กลับมาแล้ว…” เสียงดูคุ้นหูเหลือเกิน แซมรีบหันไปมองต้นเสียงโดยทันที ดวงตาสีฟ้าถึงกับเบิกโพลงเมื่อเห็นคนตรงหน้า

 

 ว่าไงครับแม่พร้อมที่จะสานต่อจากเรื่องเมื่อวานแล้วหรือยัง?!”

 

เคียวยะ?!” แซมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเด็กหนุ่มตรงข้างหน้านั้นไม่ใช่บุตรชายแท้ ๆของเขา ทำไมล่ะ ทำไมเคียวยะถึงเขาจำได้ว่าวันนี้ลูกชายเขาต้องไปทัศนศึกษากับโรงเรียนไม่ใช่เหรอ?!

 

เคียวยะ…” หล่อนเอื้อนเอ่ยชื่อเขาเบา ๆพลันลุกถอยหลังไปพิงกับเคาเตอร์

 

ผมตกใจมากเลยนะแม่ที่แม่เล่นหายตัวไปตอนที่ผมจะ…” เคียวยะหัวเราะในลำคอพลันคว้ามีดพกขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อซึ่งตอนนี้เสื้อที่เขานั้นไม่ใช่ชุดเดียวกับเสื้อตอนที่ใส่ออกจากบ้าน ไม่เป็นไรตอนนี้หรือเมื่อคืนก็ยังไม่สาย

 

ผู้เป็นพ่อยอมรับเลยว่าเขาไม่เคยเห็นรอยยิ้มอำมหิตจากเด็กคนนั้นมาก่อนเลย ก่อนที่จะได้คิดวิเคราะห์อะไรต่อไปผู้เป็นแม่ก็ได้วิ่งขึ้นบันไดไปแล้ว เจ้าหนุ่มเองก็ไม่รอช้าสาวเท้าตาม เด็กสาวจากนรกหลับตาลงพลันกวาดข้อมือด้วยความอ่อนช้อยไปรอบกายจนฉากที่พวกเขายืนอยู่เปลี่ยนไปอยู่ในห้องนอนของภรรยาซึ่งถูกล๊อคอย่างดีแล้ว

 

โยโกะยังคงนั่งหลบอยู่ข้างเตียงไม้เพื่อรอความหวังสุดท้าย และเสียงพังประตูก็ดำเนินอยู่เรื่อยไป

 

ทำไมเคียวยะถึง…” ตัวเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว เขาได้แต่นั่งกอดภรรยาซึ่งเป็นนามธรรมพร้อมน้ำตา ภรรยาโดนฆ่าก็ช้ำใจแทบคลั่งแล้วแต่คนที่ฆ่ากลับไม่ใช่ใครที่ดันเป็นบุตรชายสุดที่รักอีก ทุกอย่างในหัวใจมันถูกทำลายจนป่นปี้ไม่เหลือซาก!!

 

กระนั้นจิโกคุ โชวโจก็มิได้กล่าวอะไรออกมา เธอนิ่งเฉยเหมือนต้องการให้เขาดูให้จบ ดูให้เต็มตาให้ประจักษ์กับความจริง

 

โครม!!!

 

สุดท้ายปราการก็พังลง เจ้าของแววตาฆาตกรเดินเข้ามาอย่างแช่มช้ากำมีดแน่น ดวงตาเลือดเย็นนั่นจดจ้องไปยังร่างของหล่อนพลันพินิจจุดตาย

 

อย่านะเคียวยะ…” หล่อนเริ่มฮึกเหิมงัดความกล้าเฮือกสุดท้ายออกมาใช้ สิ่งที่ลูกคิดมันผิด ได้โปรดเข้าใจด้วยเถอะ เปลี่ยนทัศนคติเสีย…”

 

หา…” แววตาอาฆาตของเจ้าหนุ่มยิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย ยังไงแม่ก็จะขัดขวางความสัมพันธ์ระหว่างแองเจิลกับผมสินะ

 

แองเจิลเป็นน้องแท้ ๆของลูกน!”

 

สวบ

 

ทันทีที่หล่อนลุกจากพื้นเขาก็วิ่งเข้าประชิดตัวแทงของมีคมเข้าไปตรงกลางท้องโดยไม่ลังเล แซมไม่ได้มองเหตุการณ์ตรงหน้า เขาเบือนหน้าหนีไปอีกทางไม่รับความจริงที่จะเกิดทั้ง ๆที่รู้อยู่แก่ใจ เขาได้แต่นั่งคุกเข่าคงท่าสวมกอดอากาศอยู่ตรงนั้น

 

 

แองเจิลต้องเป็นของผม…” เคียวยะหอบพลันพับมีดเก็บ ของผมคนเดียวเท่านั้น…”

 

แซมรู้สึกเหมือนตนเองจมดิ่งลงสู่ความมืด บัดนี้หัวใจของเขาแหลกสลายไม่มีชิ้นดี เขาเงยหน้ามองเด็กสาวผู้มาจากแดนนิรย

 

ฉันควรทำอะไรต่อไปเหรอ เอมมะ ไอ…” ไม่อาจกลั้นได้อีกแล้ว ร่างสูงเงยหน้าขึ้นฟ้าบีบน้ำตาจนไหลนองหน้า ไอหันไปมองกระเป๋าถือของเขาก่อนที่จะยื่นแขนออกไป บนอุ้งมือเล็กที่ว่างปล่าวนั่นปรากฏตุ๊กตาฟางสีดำมีด้ายผูกที่คอเป็นปมหลวม ๆ

 

รับนี่ไป…” เธอเดินมาหาเขาพลางยื่นตุ๊กตาเข้ามาใกล้กับใบหน้า แซมไม่ปฏิเสธเธอโดยการรับมันมาอย่างว่าง่ายด้วยความแคลงใจ

 

ถ้าเธอมีความตั้งใจจริงที่จะแก้แค้น เพียงแค่ดึงด้ายแดงออก เธอและฉันจะผูกพันด้วยพันธสัญญา ผู้ใดสร้างความแค้นแก่เธอจะถูกนำไปสู่นรก

 

เขาได้สิ่งนี้มาจากภรรยาของเขา โยโกะต้องการแก้แค้นเคียวยะอย่างนั้นเหรอแล้วเธอจะทำไปทำไมกันล่ะ?!

 

แต่ว่าเมื่อคนหนึ่งได้รับคำสาป หลุมศพสองหลุมจะถูกขุดขึ้น เมื่อเธอตาย วิญญาณของเธอจะตกลงสู่นรกและถูกจองจำด้วยความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาณชั่วกัลปาวสาน ไม่มีวันได้ขึ้นสรรค์

 

ดวงตาสีฟ้าใสเบิกโพลงมองไปที่เด็กสาว เขาจำได้ว่าทัซสึกิเคยพูดประโยคนี้กับเขามาก่อน ทัซสึกิไม่ต้องการให้ภรรยาเขาหรือใครคนอื่นต้องมารับเคราะห์เพราะสิ่งนี้หลังจากที่เขาอย่างนั้นใช่หรือไม่?!

 

ทำไมเธอต้องมาบอกฉันด้วย เอมมะ ไอ…” เขากระซิบแผ่วเบาแฝงความหวาดกลัวลงไปในน้ำเสียง

 

หญิงสาวยังคงความเงียบไว้เป็นที่ตั้ง

 

ทั้งฉันและเธอใครกันล่ะที่ไปตัดสินความผิดของคนเหล่านั้น?” ต่อให้ภรรยาเขาต้องการที่จะดึงด้ายสีแดงนี่เขาก็ไม่อาจทำให้ได้ มันไร้เหตุผลเกินไป!!

 

ฉันไม่มีหน้าที่ไปตัดสินความถูกต้อง…” เด็กสาวหันหลังกลับแล้วเดินทะลุหน้าต่างออกไป

 

ต่อไปนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ

 

แซมรู้ตัวอีกทีเขาก็นั่งอยู่ที่ม้านั่งห่างจากหน้าบ้านไปไม่กี่เมตรเท่านั้น ในมือเขายังกำตุ๊กตาฟางแน่น บัดนี้พวกเจ้าหน้าที่ได้ถอนอุปกรณ์ออกไปจนหมดสิ้น บ้านแห่งนี้กลับมาสู่ความเงียบเหงาอีกครา

 

ร่างสูงเดินเหมือนไร้ชีวิตเข้าไปในบ้านพลันหันไปมองความพินาศรอบบ้านก่อนที่จะล้มตัวลงนั่งลงบนพื้นซึ่งกระจัดกระจายไปด้วยดอกเบญจมาศสีแดงสด เขาได้แต่จ้องมองตุ๊กตาฟางบนมือว่าควรทำอะไรกับมันดี

 

เธอคิดดีแล้วอย่างนั้นเหรอ โยโกะ…” ดั้งจมูกโด่งฝังลงกับหัวเข่าทั้งสองข้าง เขาได้ลั่นบทสรุปภายในใจแล้ว ร่างสูงลุกขึ้นพลันเดินไปเก็บตุ๊กตาฟางสีดำนั่นไว้ในห้องก็บของมันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดึงด้ายสีแดงออก

 

ประตูห้องเก็บของยังไม่ปิดดีนัก แซมยังนึกภาพมือเปื้อนเลือดสีแดงสดของหญิงสาวได้ติดตา ริมฝีปากหนาเม้มแน่น เขาตัดสินใจแล้วที่จะไม่ใช้มัน การยืมมือคนอื่นฆ่าก็ไม่ต่างกับการเป็นฆาตกรเสียเอง

มันไม่มีอะไรที่จะต้องคุยกันอีกแล้ว แซมตัดสินใจโทรหาตำรวจโดยทันที เขาไม่รอช้าที่จะเดินตรงรี่ไปที่โต๊ะไม้ทรงสูงข้างบันไดแล้วยกหูโทรศัพท์ขึ้น

 

ทว่าเสียงโทรศัพท์กลับหายไปเหมือนเป็นเพียงของเด็กเล่นธรรมดา

 

พ่อทำอะไรอยู่เหรอครับ ต้นเสียงจากทางด้านหลังดังชัดเจนเต็มสองรูหู เมื่อสายโทรศัพท์โดนตัดเขาจึงวางมันลงอย่างช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วหันไปมองเจ้าลูกชายด้วยความระแวดระวัง จากที่ดูชุดตัวเก่งที่เคียวยะสวมทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเขาได้จัดเตรียมไปสองชุด ชุดหนึ่งมีไว้หลอกตาคนเป็นพ่อและอีกชุดหนึ่งการชุดที่ใช้ลงมือฆ่า

 

กลับมาเร็วจังนะเคียวยะ เมื่อเจ้าหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาข่มขวัญเขา เขาเองก็ไม่ยอมแพ้ด้วยการทำใจแข็งกดเสียงให้เย็นลงในระดับเดียวกันพร้อมทั้งสังเกตความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน เป้หายไปไหนแล้วล่ะ เห็นเมื่อเช้ายังสะพายออกจากบ้านอยู่เลย

 

ผมฝากไว้กับเพื่อนน่ะพ่อ เดี๋ยวผมจะออกไปดินเนอร์ข้างนอก เจ้าหนุ่มกระชับคอเสื้อแต่กลับปิดคราบโลหิตข้นไม่มิด

 

ไม่ไว้ใจเชฟมือหนึ่งคนนี้แล้วเหรอไง?”

 

ผมเสียใจพ่อ มือหนาซุกเข้าไปในกระเป๋ากางแกงพลางคว้ามีดพกออกมา ผมชอบอาหารที่พ่อทำที่สุดแต่คงไม่ได้กินมันอีกแล้ว

 

สิ้นสุดคำประกาศ ฆาตกรชี้ปลายมีดมายังเขาในทันที นัยน์ตาสีนิลนั่นบอกกับเขาว่าเขาจะถูกแทงโดยที่อีกฝ่ายจะไม่ลังเลต่อความผิดที่จะเกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

 

โยโกะทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ

 

ใครที่ขัดขวางผมกับแองเจิลต้องถูกขจัด แผนการกำจัดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เจ้าหนุ่มถลาตัวหวังจะแทงผู้เป็นพ่ออย่างง่ายดายแต่กลับพลาดไปฝังใบมีดลงบนโต๊ะโทรศัพท์

 

ผั๊วะ!!

 

แซมไม่รอช้าคว้าหูโทรศัพท์ฟาดเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างจังหวังให้เกิดอาการมึนสักระยะ ระหว่างนี้เขารีบวิ่งไปที่ประตูบ้านหวังจากหนีออกไปแจ้งตำรวจข้างนอกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“!!” สายไปเสียแล้ว ลูกบิดประตูถูกผูกด้วยเส้นลวดในสภาพของปมตาย ตลอดมาที่เขานั่งอยู่ในครัวทำไมเขาถึงไม่รู้สึกถึงเสียงฝีเท้าหรือกิจกรรมของลูกชายซึ่งเข้ามาในบ้านเลยล่ะ?!

 

ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกนะ ฆาตกรเดินโซซัดโซเซพิงตัวกับกำแพงพลางกำอาวุธแน่น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อและหยดเลือดซึ่งไหลลงนองมาจากศีรษะ เอาล่ะทำตัวว่าง่าย เรื่องจะได้จบไว ๆนะพ่อ

 

อย่างนั้นหรือแกยังกล้าเรียกฉันว่าพ่ออยู่อีกเหรอ?” เหมือนสิ่งที่คิดพิจรณามาตั้งแต่ต้นมันย้อนกลับไปที่ศูนย์ใหม่อีกครั้ง เพราะเขาเลี้ยงดูไม่ดีเองใช่หรือไม่ลูกชายถึงโฉดชั่วเช่นนี้ แม้แต่แองเจิลน้องสาวแท้ ๆของแกแกยังคิดไม่ซื่อ

 

ใจเขาเข้าสู่ภาวะของการสงบนิ่ง เขาเดินผ่านตัวลูกชายไปยังห้องเก็บของ มือนั่นเปิดประตูห้องโดยไม่ลังเลอีกต่อไป ตุ๊กตาฟางสีดำนั่นยังคงตั้งอยู่บนชั้น

 

จะทำอะไรน่ะ!!” แม้จะหันหลังให้ฆาตกรเขาก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงของอีกฝ่าย เขาสัมผัสถึงความเจ็บปวดหลังจากที่โดนแทงทะลุเข้ามาตรงแถบสะโพกถึงสี่ครั้งด้วยกัน กระนั้นเขาก็มิอาจที่จะพ่ายแพ้

 

อึ๊ก!!” ทันทีที่เขาเคลื่อนตัวเข้าไป ใบมีดนั่นก็ถูกกระชากออกมาด้วยมือของลูกชาย หากเขาจะต้องตายตรงนี้ก็ขอได้ทำหน้าที่สุดท้ายของพ่อที่ควรจะกระทำด้วยเถอะ!!

 

จับตุ๊กตาฟางได้แล้ว เขาใกล้บรรลุผลแล้ว

 

บาดแผลที่แกทำเนี่ยยังไม่เจ็บเท่ากับตอนที่รู้ว่าแกฆ่าโยโกะหรอกรู้ไหม คำพูดของเขาเหมือนเรียกความหวั่นเกรงของอีกฝ่ายได้ แซมไม่กลัวที่จะต้องตาย เขากลับหลังหันมามองหน้าของอีกฝ่าย

 

ขอมองหน้าให้ชัดเป็นครั้งสุดท้ายหน่อยก็ดี

 

ตุ๊กตาฟาง?” เปลือกตาบางหรี่ลงพินิจสิ่งที่อยู่ในมืองของร่างสูงแล้วทำสีหน้าเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก จิโกคุโชวโจ??”

 

ดูเหมือนทั้งตัวเขาและอีกฝ่ายรู้เป็นอย่างดีว่าสิ่งที่อยู่ในมือคืออะไรและมันทำอะไรได้บ้าง สถานการณ์ได้กลับลำแล้ว เพียงเขาดึงด้ายเส้นนี้ออกคนที่พ่ายแพ้จะเป็นตัวของเคียวยะเอง แต่กระนั้นคำพูดต่าง ๆของเด็กสาวจากนรกก็ยังสะท้อนอยู่ในหัวแทบทุกคำ

 

แต่เขาได้ตัดสินใจแล้ว

 

ต่อให้พ่อส่งผมลงนรก พ่อก็ต้องตกนรกไปด้วย มันคุ้มแล้วเหรอ!!”  เจ้าหนุ่มหัวเราะร่วน สำหรับพ่อที่เขารู้จักคงไม่ทำอะไรโง่เง่าแบบนี้หรอก ส่งตุ๊กตามาให้ผม แล้วผมจะไปมอบตัวกับตำรวจก็ได้

 

ไม่ฉันว่ามันคุ้มสุด ๆเลยล่ะ

 

“?!”

 

นี่เป็นบทลงโทษที่ฉันควรจะได้รับกับการได้ลูกอย่างแกมา มีเพียงเสียงเส้นด้ายถูกกระชาก ทันทีที่ปลายด้ายพ้นจากลำคอ ร่างของลูกชายผู้ได้รับการลงโทษจากบิดาก็ได้หายออกไปจากตรงนั้น

 

 สลายไปราวกับธุลี

 

การร้องขอ ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว

 

………………..

………………

…………

…….

..

ฉันอยู่ที่ไหน?!” ทุกอย่างดำมืดไปหมดมันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอเขาอยู่ที่ไหนกันแน่ ทำไมถึงรู้สึกเหมือนนอนอยู่บนเรือโคลงเคลงลอยไปตามสายน้ำอย่างแช่มช้า เย็นเหลือเกินรู้สึกชาไปทั่วร่างเหมือนคนเป็นอัมพาต

 

อยากเห็นเหรอว่าอยู่ที่ไหน?” เมื่อน้ำเสียงเย็นกล่าวจบ ภาพต่าง ๆในความมืดเริ่มผุดขึ้นลาง ๆจนชัดขึ้นไปอีกระดับ เจ้าหนุ่มเห็นตัวเขานอนอยู่บนเรือเล็ก ดวงตาทั้งสองบอดสนิทและมีมีดปักอยู่ตรงกลางหัวใจ ผู้ซึ่งขับแล่นเรืออย่างนั้นคือเด็กผู้หญิงภายใต้กิโมโนสีดำปักด้วยลายดอกไม้สวยงามราวกับตุ๊กตาญี่ปุ่น

 

จ จ จิโกคุ โชวโจ?!” เดาได้ไม่ยากเมื่อเห็นดวงตาสีแดงฉานนั่น เธอกำลังนำพาเขาลงสู่นรก!!!

 

บุตรนั้นเสมือนกับแก้วตาดวงใจของบิดามารดา…” ดวงตาสีแดงนั่นมองตรงไปข้างหน้า มองไปทางประตูนรกสูงตระหง่านท่ามกลางสายน้ำสงบนิ่ง

 

ถ้าลูกโฉดชั่วพ่อแม่ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นเธอทำลายกล่องดวงใจของพ่อแม่จนแหลกสลาย…”

 

สิ้นเสียงของนาง ภาพเลือนลางก็ได้ดับวูบ นี่คือจุดเริ่มต้นของความทรมานแสนสาหัสนี่คือจุดเริ่มต้นสู่ปฐมบทแดนนิรยไม่มีบาปใดหนักเท่าการอกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดอีกแล้ว

 

สำนึกผิดตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เธอได้ยินแต่เสียงสะอึกสะอึ้นตะกุกตะกักของความหวาดกลัว หัวเรือกำลังขับแล่นผ่านประตูนรกไปด้วยความสงบเงียบ

 

ความแค้นนี้จะถูกล่องลงสู่นรก

 

ตุ๊กตาฟางนั่นหายไปพร้อมกับร่างของบุตรชาย มีเพียงมีดที่ปักคาพื้นและเส้นด้ายซึ่งพันค้างอยู่กับนิ้ว สิ่งที่ได้ตัดสินใจไปแล้วมิอาจแก้ไขได้ดั่งสายน้ำอันไม่อาจจะย้อนกลับ

 

ร่างสูงลุกขึ้นพลันเดินไปเปิดประตูระเบียงรับแดดยามเย็นและสายลมพัด มือใหญ่ปลดกระดุมลงมาสามเม็ดพลันแหวกเนื้อผ้าออกจนเห็นตราวงกลมรูปไฟสีดำสนิทตราประทับตรงอกนั่นมันคือตราบาปของชายผู้ไม่มีวันได้ขึ้นสู่สวรรค์อีกต่อไป

 

 

[Resident Evil's Fic] Luna's lullaby intro

posted on 01 Nov 2009 07:34 by bear-killer  in FanFiction

แหะ ๆ เซหายไปนานเลย...จริง ๆอยากจะบอกว่าเซหายไปปั่นนิยายค่ะ >

 

ไหน ๆก็ีรีไปรีมาก็เอามาลงให้เพื่อน ๆอ่านด้วยเลยดีกว่า >

 

เรื่องนี้ก็จะเป็น fanfiction จากเรื่อง resident evil โดยที่เซคิดตัวละครออริจินัลขึ้นมาเป็นตัวเอกเสียส่วนใหญ่ (เดี๋ยวววอย่าเพิ่งปิด?!?!?)

 

ไม่รู้ว่าจะสนุกสำหรับเพื่อน ๆหรือไม่แต่ขอการันตีเอาไว้ก่อนเลย >

 

---------------------------------------------------------------------------------------

Resident evil

Story : Luna's lullaby

Rating : PG-13

 

Intro

ฮั่ก ฮั่ก ฮั่ก!!!

แม้ว่าแสงไฟยามค่ำคืนที่สอดส่องตามรายทางมากมายจะเพิ่มความปลอดภัยจากนโยบายของรัฐบาล ทว่าหากไร้ซึ่งความปลอดภัย ต่อให้มีแสงไฟมากสักหมื่นดวงล้านดวงก็ไม่อาจจะสร้างความปลอดภัยโดยแท้จริงได้โดยเฉพาะในตรอกซอกซอยต่าง ๆ

ร่างเงาเคลื่อนพาดผ่านตามกำแพงอิฐหลายร่างโดยมีร่างหนึ่งวิ่งผ่านไปสักระยะจึงมีอีกหลายร่างเคลื่อนตามอย่างรวดเร็วราวกับเงาปีศาจ มันบ่งบอกถึง ผู้ล่าและ ผู้ถูกล่า

จับมัน!! เอาให้ตาย!!เสียงหนึ่งดังลั่นตรอกสะท้อนก้องไปทั่วเป็นสัญญาณแก่ผู้ติดตามให้จับตาย เหยื่อซึ่งไม่ต่างอะไรไปจากหมาจนตรอกยังคงกระเสือกกระสนหาทางหนี สรีระของเขานั้นเล็กไม่เหมาะกับการวิ่งพร้อม ๆไปกับการหิ้วกระเป๋าใบใหญ่เลย ถ้าให้พูดง่าย ๆก็คงไม่พ้นคำว่า ถ่วงแข้งถ่วงขาแต่ทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อสิ่งที่อยู่ในนั้นมันสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของตนเองเสียอีก

ใครจะยอมให้พวกแกะ!!!ไม่ทันไรด้วยสติเพียงกึ่งหนึ่งกับความพยายามที่จะสรรหาคำมาพูดจาทำให้วิ่งสะดุดขาตนเองล้มจนกระเป๋าเหล็กใบใหญ่ปลิวไปอีกทาง ร่างที่ล้มลงพยายามตะกายขึ้นอีกครั้งพร้อมหิ้วกระเป๋าใบหนักขึ้นกอดไว้แน่นพลันวิ่งหนีภัยอีกครา ไม่มีเวลาตรวจสอบแล้ว ในใจได้แต่เพียงคิดว่าอย่าให้ของข้างในเป็นอะไรไปเลย

 

ไม่อย่างนั้นสิ่งที่ทำมาทั้งหมดจะสูญปล่าว

ในขณะที่วิ่งเขาก็ได้ยินเสียงก่อกแก่กตรงบริเวณหัวเข่าซึ่งกระแทกกับพื้นเมื่อสักครู่นั้นสั่นสะเทือนจี้ดมาถึงหัวใจ มันบ่งบอกว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว ถ้าจะต้องตายก็ขอให้สิ่งที่อยู่ในกระเป๋านี้ไปตกอยู่ในมือของคนที่เหมาะสมด้วยเถอะ!!!


แม้ทางข้างหน้าจะดูวกวนหักซ้ายหักขวาแต่กลับมีเสียงจาก ฝูงชนดังสะท้อนลอดเข้ามาบ้างจึงทำให้เขาเห็นหนทางรอดอยู่รำไร ยิ่งได้กลิ่นของความปลอดภัยก็ยิ่งเร่งฝีเท้ามากขึ้นไปอีกด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่มีอยู่

ปัง ปัง!!

เสียงไกปืนลั่นมาจากเบื้องหลังของตนทำให้สติแตกกระเจิงความหวาดผวาเข้ามาแทนความอาจหาญ ลูกตะกั่วเฉี่ยวใบหน้าไปเพียงกระเบียดนิ้ว เขาก้าวไม่ออกเรี่ยวแรงซึ่งเคยใช้วิ่งกลับหายไปราวกับมีคนขโมยมันออกไปจากร่างร่างของเขากำลังสั่นเพียงกระสุนนัดสองนัดที่ทำให้ตัวเขาหยุดอยู่กับที่ราวกับเงาที่ถูกตรึงไว้ ริมฝีปากเม้มแน่นรวมความกล้าอันน้อยนิดหันกลับไปมองกระบอกปืนแต่วงแขนก็ยังกระชับกระเป๋าเหล็กแน่น

ยังนับว่าฉลาดนะดอกเตอร์ฟอร์จูนน่าแต่ถ้าคุณฉลาดมากกว่านี้อีกสักนิดก็คงจะคืน ไวรัสนั่นมาให้ผมใช่ไหม?”ภายใต้แสงไฟที่เผยเพียงควันและโลหะค่อย ๆเผยร่างของชายแก่ใส่เสื้อโค้ท คุณทำให้ผมเสียเวลานะเพราะผมต้องมารับของสำคัญชิ้นนั้นด้วยตัวเอง…”

คุณคิดผิดแล้วสเปนเซอร์!! สิ่งนี้คือยาปฏิชีวนะที่มีค่ามหาศาลแก่มนุษย์ ไม่ใช่ภัยพิบัติ!!เขากอดกระเป๋าแน่นไม่ต่างไปจากลูกรักของตนผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณจะเอาไปสร้างอาวุธชีวภาพ เราเราไม่ได้ตกลงกันแบบนี้นี่ครับ!!”

สเปนเซอร์สถบ พลางยักไหล่แสดงความดูแคลนอีกฝ่าย คุณนี่มันไม่รู้อะไรจริง ๆดอกเตอร์เราไม่ได้สร้างอาวุธชีวภาพเพียงอย่างเดียวเสียหน่อย เราสร้างยาปฏิชีวนะด้วยนะ ลองคิดดูสิว่าธุรกิจนี้จะสร้างกำไรมากขนาดไหน?”

ไม่ใช่เราหรอกสเปนเซอร์ไม่ใช่เราฟอร์จูนน่าวางกระเป๋าลงกับพื้นพลันเปิดกระเป๋าอย่างช้า ๆด้วยความระวัง มือหนาคว้าหลอดแก้วใสบรรจุน้ำสีเขียวข้นข้างในออกมา ในขณะเดียวกันอีกฝ่ายรีบผายมือออกส่งสัญญาณให้มือปืนที่อยู่ตามประจำจุดต่าง ๆลดปืนลงเพราะหลอดแก้วนั้นมันอันตรายและมีค่ามหาศาลนัก

 

ต่างฝ่ายต่างไม่เปิดประเด็น มีเพียงตาเท่านั้นที่สื่อความออกมาได้ดีที่สุดดวงตาสีเขียวอ่อนภายใต้แสงไฟริบหรี่ดูจริงจังและไม่หวั่นเกรงในตัว ผู้ล่าเลยแม้แต่น้อย ภาพที่เห็นไม่ต่างอะไรไปกับกระต่ายขู่เสือผู้หิวกระหาย



คุณจะทำ อะไรน่ะดอกเตอร์?” ชายแก่มองเขาเหมือนมองลูกไก่ในกำมือ บีบก็ตายคลายก็รอด ไม่ว่าจะตีความมากนาดไหนภาพของชายวันกลางคนเบื้องหน้าก็จะตายแหล่ไม่ตายแหล่แล้ว แค่พินิจถึงท่อนขาซึ่งจะประคองร่างให้ยืนต่อไปได้ก็ไม่นานพอที่จะหนีไปไหนได้อีกช่างน่าสงสารนักแต่ไม่มีความเวทนาต่อผู้ทรยศ!!!

ดอกเตอร์ตริตรองอยู่สักพักในขณะที่ยังมีโอกาสถ้าดื่มมันเข้าไป เขาต้องโดนยิงแน่ ๆยิ่งไปกว่านั้นร่างของเขาจะเป็นร่างทดลองแก่สัตว์ร้ายพวกนี้ไปโดยปริยายแต่จะมอบสิ่งนี้ไปให้พวกมันจริง ๆกระนั้นหรือ?!

ไม่ต้องกลัวผมไม่ดื่มมันหรอกสเปนเซอร์นัยน์ตาสีเขียวอ่อนก้มต่ำลงมองปลายเท้าก่อนที่จะไม่ได้มองมันอีก ถึงเขาจะไม่กลัวแต่เนื้อตัวก็สั่นไปหมดแล้วผมจะไม่ติดเชื้อคนเดียวถ้าคุณทำอะไรผม ผมจะปล่อยยาหลอดนี้ลงพื้นทันที!

การกระทำของเขานั้นช่างโง่ไม่อาย ฟ้าดินโง่เขลาที่สุด ทำอย่างกับว่าเขาต้องไม่ติดเชื้ออยู่คนเดียว แต่มีทางรอดอื่นแล้วหรือรอบ ๆตัวเหมือนกรงหนูไม่มีผิด ตึกแถวรายล้อมเต็มไปด้วยมือปืนซึ่งพร้อมที่จะปลิดชีพของเขาได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องร้องขอ

ฮ่า ๆๆๆ !!!สเปนเซอร์หัวเราะลั่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น ไม่รู้ว่าเขาหัวเราะด้วยความสมเพศหรือหวาดกลัวก่อนที่จะเปลี่ยนแววตากลับมาขู่ขวัญคู่ต่อสู้ ผมรู้ว่าคุณไม่ทำหรอกดอกเตอร์ มันไม่มีประโยชน์กับคุณเลย ส่งมาซะดี ๆ อย่าให้ผมต้องหมดความอดทนมากไปกว่านี้เลยดีกว่านะ

อย่างไรก็ตามดอกเตอร์ก็ยังกระชับขวดยาในกำมือและมีทีท่าว่าจะขว้างลงพื้นเสียจริง ๆ แม้ไม่กล่าวด้วยคำพูด สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น คำตอบที่เขาให้นั้นมีความชัดเจนภายในตัวว่า ไม่…’

ไร้ประโยชน์ที่คุยกับคุณจริง ๆดอกเตอร์

ร่างบางล้มลงกับพื้นพร้อมเสียงปืนลั่นฝังลงไปในร่าง ดวงตาสีเขียวเลื่อนลอยมองหลอดยาในมือ เขากำลังจะแพ้แก่สัตว์ร้าย เขากำลังจะแพ้

ขวดยาที่ปิดสนิทกลิ้งลงพื้นจากอุ้งมือซึ่งไร้แรงบีบอีกต่อไป สเปนเซอร์กระชับปกเสื้อโค้ทก่อนจะเดินมาหยิบขวดยาบนพื้นอย่างระวัง โชคดีนักขวดยังไม่แตกไม่ร้าว

 

แต่มันตกไปอยู่ในมือของฆาตกรเปื้อนเลือด!!!

มือเย็นเฉียบบนพื้นซีเมนต์สากไม่อาจจะขยับได้อีก ดวงตาสีมรกตได้แต่จ้องมองความหายนะที่กำลังหลุดลอยไปอย่างช้า ๆ เลือดของเขาไหลนองเต็มพื้น สติเริ่มหลุดลอยออกไปเรื่อย ๆ

ทุกอย่างที่ได้ทำมามันกลับไปที่ศูนย์


มีคนกล่าวว่าความหนาวเหน็บและความตายเป็นสิ่งซึ่งมาด้วยกัน มันเป็นอย่างนี้เองสินะส่วนต่าง ๆของร่างกายเริ่มเย็นจนชาและแข็งไปหมด ภาพที่มองเห็นมีเพียงพื้นสีดำสนิทและเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกจับถึงขั้วหัวใจมีเพียงแสงสว่างเล็ก ๆอยู่ไกลลิบกำลังลอยออกไปจากความมืดทั้งปวง

แค่คน ๆเดียวทำให้เสียเวลาชะมัดร่างสูงบรรจุยาเข้ากระเป๋าอย่างระวังที่สุด มันคือสิ่งอันประมาณค่ามิได้และไม่มีสิ่งที่ใดที่จะมาแทนที่มันได้อีกแล้ว

หัวหน้าจะทำยังไงกับมันครับ?”

ชายแก่เงียบเป็นการให้คำตอบเบื้องต้นพลางลุกขึ้นเอาคัทชูเขี่ยร่างที่นอนแน่นิ่งบนพื้นให้แน่ใจว่าดอกเตอร์ฟอร์จูนน่านั้นหมดลมหายใจแล้ว ดวงตาสีฟ้าเลือดเย็นของนักล่าหรี่ลงพร้อมส่องประกายอะไรบางอย่างออกมามันไม่ใช่เรื่องที่น่ารื่นรมย์เลย

เก็บร่างมันไปที่ศูนย์ทำลายหลักฐานซะเข้าใจไหมแล้วเขาก็หันหลังกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนภาคภูมิ บัดนี้ไวรัสทีอยู่ในกำมือของเขาแล้วมันอยู่ในกำมือของเขาแล้ว!!!

 

เพียงไม่กี่ชั่วโมง คราบเลือดและร่างกายเปล่าก็อันตรธานหายไปจากตรงนั้นเหมือนหนังสือที่ไม่เคยถูกเปิดอ่าน


 

Quality advertising. Big traffic. Increase sales. Promote your website. Advertise your product to shoppers.