[Resident Evil's Fic] Just a dream

posted on 17 Oct 2009 23:10 by bear-killer  in FanFiction

เผอิญ fanfic เรื่องนี้เซเขียนไว้ที่บอร์ดไทยไบโอที่เซเป็นม๊อตอยู่น่ะค่ะ

เพิ่งเขียนเสร็จวันนี้เอง...(ไว้เอาใจพวกสาวกสตีฟ x แคลร์กับ คริส x จิลโดยเฉพาะ!!!) 

เริ่มเลยนะคะ!

 (หลายคนคงงง? ปรกติไอ้หมีนี่จะมีแต่อาหารนี่นา?)

---------------------------------------------------- -----------------------------------------

จากใจนักเขียน...
คงบอกได้เลยว่าฟิคนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีน้องพัด...พอดีน้องพัดรีเควสคู่สตีฟ x แคลร์มาน่ะค่ะ

ตอนแรกก็คิดว่า...จะไปไม่รอดเสียแล้วเนื่องด้วยประการแรกเลย...

เซไม่ได้เล่นภาค CV ถึงแม้ว่าจะตามเนื้อเรื่องตาม youtube ได้ก็ตามก็อาจเขียนได้ไม่ลึกซึ้งพอ ส่วนประการสองนั้นคือเซไม่เคยเขียนคู่นี้มาก่อนซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้ชอบเป็นพิเศษด้วยกระมังคะ...?!

แต่อย่างไรก็ตามก็เขียนออกมาแล้ว...ทั้ง ๆที่ตัวเซเองขาดการเขียน fic แนวรักโรแมนติกมานานพอสมควรทีเดียว แถมเรื่องนี้เกิดจากการเขียนสดอีกต่างหาก...

อย่างไรก็ตาม...ก็หวังไว้ว่าเรื่องนี้คงจะทำให้หลาย ๆคนรู้สึกมีส่วนร่วมไปด้วย ไม่มากก็น้อยนะคะ

ฺBear killer

E N J O Y ! ! !



Resident Evil
Story: Just a dream
Paring: Steve x Clair, Chris x Jill
Author: Bear killer

สายลมหนาวแสนอบอุ่นยามผิวของหล่อนต้องผิวกาย…ริมฝีปากบางเอ่ยชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำ เล่า สิ่งสุดท้ายที่หล่อนมีไว้สำหรับเขา…น้ำตาแห่งการสูญเสีย

“ค…แคลร์” เสียงทุ้มกล่าวอย่างยากเย็นตามกำลัง เสียงที่เอื้อนเอ่ยออกไปช่างน่ารังเกียจจนฟังไม่ได้ศัพท์เหมือนไม่ใช่ภาษามนุษย์

ได้โปรด….อย่ามองฉันซึ่งอัปลักษณ์
ได้โปรด….อย่าเรียกชื่อฉันซึ่งตายทั้งเป็นไปแล้ว
ได้โปรด……อย่ากอดฉันและเสียน้ำตาให้กับฉัน…
ได้โปรด…………

“สตี ฟ!!!! สตีฟฟฟฟฟฟ” หล่อนแผดเสียงเรียกเขาเต็มกำลังและกอดร่างของปีศาจที่กำลังจะตาย….เขารู้ว่า เขาเป็นปีศาจ…ได้โปรด…อย่าทำอะไรเพื่อเขาอีกเลย…แคลร์ที่รัก…

---------------------------- ---------------------------------

พั่บ พั่บ พั่บ….

สาย ลมอุ่นพัดต้านใบหน้าของเขาทำให้กลุ่มผมสีน้ำตาลไหม้ปรกหน้าปลิวไปตามแรงลมจน เผยดวงตาสีดำแดงซึ่งมองไปข้างหน้าจนสุดลูกหูลูกตาเห็นน้ำทะเลสีส้มตัดกับแสง ตะวันที่กำลังลาลับขอบฟ้าไป

คิดถึงเหลือเกิน…บรรยากาศแบบนี้ เมื่อหลายปีก่อน…

เด็กหนุ่มหลับตาลงพลางนั่งลงบนพื้น ที่นี่…คือสถานที่ที่เขาได้พบเธอเป็นครั้งสุดท้ายและทิ้งความเป็นมนุษย์ไปโดยไม่เต็มใจ

ที่ จริงเขาควรจะตายไปแล้วด้วยซ้ำหากไม่ใช่เพราะอัลเบิร์ท เวสเกอร์นำร่างของเขามารักษาในสภาวะของการจำศีล เวสเกอร์ทำได้แนบเนียนทีเดียว…ขนาดทำให้เขากลับมามีรูปร่างเกือบเหมือนสตีฟ เบินไซด์คนเดิม แต่ทว่า…ปีศาจก็ยังคงเป็นปีศาจอยู่วันยังค่ำมิอาจแปรเปลี่ยน

ริม ฝีปากล่างก็เม้มแน่น ชีวิตของเขาที่ไม่ใช่ของเขา…เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมเวสเกอร์ถึงปล่อยให้ตัว ทดลองอันสำคัญยิ่งอย่างเขาออกมาเดินเพ่นพ่านได้

เพียงแค่คิด…ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยแผลเป็นสีเขียวช้ำก็วางอยู่บนพื้นและออกแรงกดลงไปโดยไม่รู้ตัวจนผิวดินยุบแตกลงไปเป็นหลุม

ถ้าหากว่า…นี่เป็นโอกาสสักครั้งที่นำเขาให้กลับไปเจอเธอได้ล่ะก็…เขาควรจะใช้มันให้คุ้มค่าดีไหมนะ…?

----------- -------------- ------------------- -----------------------

“คริ ส…” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยพร้อมสวมกอดวงแขนรอบต้นคอชายหนุ่มร่างสูงซึ่งกำลังอ่าน หนังสืออยู่ในขณะนี้ภายใต้แสงเทียนเพื่อที่จะไม่รบกวนหล่อนมากนัก

“จิล…?” คริสหลับตาพริ้มเอนคอพิงวงแขนของหล่อนพลางจับแขนสีขาวนวลด้วยความระวังไม่ให้ช้ำ “ถึงเวลานอนแล้วเหรอที่รัก?”

“ก็ส่วนหนึ่งนะ…”หญิงสาวตอบ “ฉันว่าแคลร์ดูซึม ๆไปนะ รู้สึกเป็นห่วงยังไงไม่รู้สิ พอถามอะไรก็ไม่ค่อยจะตอบเลยล่ะ”

คริ สพ่นลมหายใจยาวเหลือบมองภรรยาของตนก่อนที่จะวางหนังสือเล่มโปรดลง ลุกขึ้นพลางช้อนตัวหล่อนไปวางไว้ที่ฟูกนุ่มพลันลูบศีรษะของหล่อนอย่างทนุ ถนอมและทำสายตาอ้อนวอนขอความรักมองลึกเข้าไปในแววตาของหล่อน “’ไว้พรุ่งนี้ผมคุยกับเธอเองนะที่รัก…ดึกป่านนี้แคลร์เองก็ต้องเวลาส่วนตัว เหมือนกัน”

“จ๊ะ…” มือเรียวเล็กลูบแก้มเขาเบา ๆเป็นเชิงปลอบใจก่อนที่จะทิ้งท่อนแขนลงบนเดรสสีขาวบริสุทธิ์ ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆพลางมอบจุมพิตแสนหอมหวานให้แก่หล่อนก่อนที่จะล้มตัวลงนอนข้าง ๆและสวมกอด

“ราตรีสวัสดิ์…”

“เช่นกันคริส…” แม้กระนั้น…ในวงแขนแสนอบอุ่นนี่ก็ยังไม่อาจลบล้างความกังวลไปได้อยู่ดี…เปลือกตาบางปิดลงช้า ๆและหลับไปในที่สุด

------ ---------- ----------------- -----------------

แอ๊ด….

มี เพียงบานหน้าต่างที่เปิดออกอย่างค่อย ๆเผยร่างของชายร่างไม่สูงนัก เขาค่อย ๆเคลื่อนตัวเข้ามาที่เตียงมองเห็นกลุ่มเส้นผมสีน้ำตาลไหม้ซึ่งคลี่ไปมาไม่ เป็นระเบียบอยู่บนปลอกหมอน

เพียงในความมืดอันมีแต่แสงจันทร์ส่องลงมา นั้นส่องให้เห็นแค่ใบหน้าของเขาเพียงเลือนลาง ดวงตาสีน้ำตาลดำจับจ้องที่กลุ่มผมของเธอก่อนที่จะยื่นมือลงไปหมายจะสัมผัส

“….” มือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นสีเขียวช้ำหยุดชะงักและกำแน่น รอยแผลเป็นนั่นเป็นสิ่งเตือนใจว่าไม่อาจแตะต้องเธอได้อีก

สิ่งที่รักที่สุดที่อยู่ตรงหน้า…กลับทำให้ทุกข์ทรมานจวนเจียนตาย

“อือ…” เสียงใสคราง เจ้าของร่างช้อนตัวลุกขึ้นมองไปรอบ ๆ ดูเหมือนว่าเหน้าต่างที่เปิดไว้ทำให้ลมพัดจนเธอรู้สึกหนาว

“…” เขาไม่ต้องการให้เธอเห็น…สตีฟค่อย ๆผ่อนลมหายใจพลางเคลื่อนตัวไปตรงมุมมืดข้างหลังตู้อย่างช้า ๆ

ตึก…ตึก….กึก!!

“ใคร น่ะ!!” พลาดท่าเสียแล้ว! ในห้องมืด ๆเขาไม่อาจเห็นได้เลยว่ามีอะไรตั้งอยู่บนพื้นบ้าง แคลร์เองก็ไม่รอช้า เธอรีบกระโดดออกจากเตียงไปเปิดไฟพร้อมปืนพกที่ซ้อนไว้ใต้หมอน

“อ..อย่ามองนะ…” ปีศาจร้ายยกแขนขึ้นมากันหน้าไม่ให้เธอเห็น

ขอร้องล่ะ…ขอร้อง…อย่ามองฉันเลย!!!!

“ตอบมานะ!!!” หญิงสาวตั้งท่าจะยิงเขา “ใครส่งนายมา?”

“ขอร้องล่ะ…แคลร์…”

“!!!” กระบอกปืนร่วงลงสู่พื้น เธอจำเสียงนี้ได้ ม่านตาสีเทาอ่อนขยายใหญ่ มุมปากที่ดูเอาเรื่องอยู่เมื่อสักครู่กลับเปลี่ยนรูปเป็นรอยยิ้ม น้ำตาไหลอาบแก้มพร้อมเสียงสะอึกสะอื้น ทำสีหน้าเหมือนไม่เชื่อ

“สตี ฟ!” เธอโผกอดร่างของเขาแน่นราวกับว่าจะไม่ให้เขาหายไปไหนอีกแล้ว สตีฟกล่าวอะไรไม่ออก เขารู้สึกถึงอารมณ์ของอีกฝ่ายที่ระเบิดออกมา มัน…มากจนที่เขาไม่อาจจะรับไหว ร่างของเขาสั่นไปหมดแทบจะไม่มีแรงยืนอยู่แล้ว

อ้อมกอดของเธอ ซึ่งไม่ต่างจากในวันนั้น…

ไม่มีแม้แต่คำพูด…วงแขนแกร่งสวมกอดเธอแน่นตามความปราถนา เขาไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไป

“แคลร์ ….แคลร์….” เปลือกตาถูกบีบลง หัวใจเต้นแรง ทุกอย่างเป็นไปตามการโหยหา…เธอไม่กลัวเขาอย่างนั้นหรือ…เธอไม่กลัวเขาที่ อัปลักษณ์อย่างนั้นหรือ…?!

“สตีฟ…ขอร้องล่ะ ช่วยบอกฉันทีว่าฉันไม่ได้ฝันไป…” อ้อมกอดของเธอกระชับขึ้นไปทุกที ๆ

“ฝัน…” เสียงใสทวนคำพูดของเธอด้วยโทนเสียงสุขปนเศร้า…ความกล้าที่มีนั้นหายไปจนหมด สิ้น…เขาไม่อาจยืนยันกับเธอว่าเธออยู่ในโลกของความจริงหรือไม่

นี่คงเป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจแล้ว…

“แคลร์ ฉันขอกอดแบบนี้…อีกหน่อยได้ไหม…” สตีฟก้มหน้าฝังจมูกไปที่กลุ่มผมสีน้ำตาลไหม้ของอีกฝ่าย ช้อนตัวเธอขึ้นไปนั่งที่เตียงและกอดแน่น แคลร์ไม่รังเกียจเขา เธอกอดเขากลับอีกครา “ฉันก็อยากให้เธออยู่ตรงนี้กับฉันเหมือนกันสตีฟ….ตลอดไปเลยนะ”

เสียงหวานของเธอเงียบลง ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบงันจนกระทั่งเธอหลับไป…

เช้า วันต่อมา…ไม่มีแม้แต่ร่างของเขาที่อยู่ตรงนั้น…ราวกับว่าทั้งหมดเป็นความฝัน ซึ่งเสมือนเกิดขึ้นจริง…เธอตื่นจากนิทราอันแสนหอมหวานและไม่พบเขาอีก... เหลือแต่เพียง…จดหมายฉบับที่วางอยู่บนหัวเตียงเท่านั้น
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านเพลิน เห็นภาพเลย confused smile
แอบสงสารแคลร์กะสตีฟเนอะ...

#1 By PanDa & PaWwAw on 2009-10-18 09:57

#2 By PanDa & PaWwAw on 2009-10-18 09:57

คนอ่านต้องไม่หวั่นไหวสิ

#3 By กัณฐ์ on 2009-10-18 19:22

อุ กำลังเคลิ้มเลย
คุณเซแต่งฟิคเก่งเหมือนกันนะเนี่ย ใช้ภาษาได้ดีและก็ถูกต้องด้วย (ผมเคยเห็นบางคนแต่งฟิคแล้วใช้ภาษาผิดเต็มไปหมด อ่านแล้วปวดตาจริงๆ)

#4 By Kirito on 2009-10-18 20:17